Brio Cal lCenter 02-676-3663
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์จีน
ทัวร์
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ยุโรป
Brio twitterBrio msn Brio Fanpage
 
 
  >> ทัวร์เกาหลี
  >> ทัวร์ญี่ปุ่น
  >> ทัวร์จีน
  >> ทัวร์เวียดนาม
  >> ทัวร์พม่า
  >> ทัวร์ไต้หวัน
 
 
 
 
 
 
 
  ข้อมูลการท่องเที่ยวไต้หวัน >>
     
  ไต้หวัน  
เป็นเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้จีนแผ่นดินใหญ่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันปกครองโดยสาธารณรัฐจีนภายใต้อาณัติของสาธารณรัฐประชาชนจีน

แต่ เดิมเกาะไต้หวันมีชื่อว่า เกาะฟอร์โมซา (Formosa) หรือ Ilha Formosa ในภาษาโปรตุเกส แปลว่า "เกาะสวยงาม" เนื่องจากประเทศโปรตุเกสเคยเดินทางมายังเกาะนี้และได้ตั้งชื่อเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ยึดเอามาเป็นอาณานิคม
หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับเกาะไต้หวันมีอยู่ไม่มากนัก เดิมทีเกาะไต้หวันมีชาวพื้นเมืองซึ่งเป็นชาวหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกอาศัยอยู่มาก่อน สันนิษฐานว่าพวกชาวเกาะมาตั้งถิ่นฐานอยู่ตั้งแต่หมื่นปีมาแล้ว ในขณะที่ชาวจีนเพิ่งอพยพมาจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอยู่ที่ไต้หวันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15

ปี พ.ศ. 2060 (ค.ศ. 1517) นักเดินเรือชาวโปรตุเกสแล่นเรือมาถึงเกาะไต้หวันและได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า เกาะฟอร์โมซา (Formosa; Ilha Formosa) เป็นภาษาโปรตุเกสแปลว่า "เกาะที่สวยงาม (Beautiful Island)"

ในปี พ.ศ. 2167 (ค.ศ. 1624) ชาวดัตช์เข้ามารุกรานและยึดครองเกาะฟอร์โมซา แล้วตั้งบ้านเมืองขึ้นที่ไถหนาน (Tainan) อีก 2 ปีต่อมา กองเรือสเปนยกกำลังเข้ามาบุกรุกแย่งเกาะฟอร์โมซาไปครอง แต่ชาวดัตช์ได้ต่อสู้แย่งชิงเอาเกาะกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2184 (ค.ศ. 1641)

ในช่วงปี พ.ศ. 2203 (ค.ศ. 1660) กษัตริย์จีนแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการครอบครองเกาะฟอร์โมซา ในที่สุดชาวจีนก็ได้ขับไล่ชาวดัตช์ออกไปจนได้ และผนวกเอาเกาะฟอร์โมซาเข้าไปเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งได้กลายเป็นแหล่งพักพิงให้ผู้อยู่อพยพจากจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเวลาต่อมา

ญี่ปุ่นใช้กำลังแย่งเกาะฟอร์โมซาไปจากจีนในปี พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) และได้ยึดครองจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ญี่ปุ่นแพ้สงครามและถูกฝ่ายสัมพันธมิตรบังคับให้ยกเกาะฟอร์โมซาคืนให้กับจีน เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ามามีอำนาจในจีนในปี พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) พรรคก๊กมินตั๋ง พรรคการเมืองเมืองชาตินิยมของจีนที่เป็นฝ่ายแพ้ก็พาผู้คนอพยพหนีออกจากแผ่นดินใหญ่มาตั้งหลักที่ไต้หวัน เพื่อวางแผนกลับไปครองอำนาจในจีนต่อไป

ชาวจีนมากกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน อพยพตามมาอยู่ที่เกาะไต้หวันในยุคที่เหมา เจ๋อตงมีอำนาจเต็มที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้นำของประเทศทั้งสองจีน คือผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์กับผู้นำสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน แย่งกันเป็นกระบอกเสียงของประชาชนจีนในเวทีโลก แต่เสียงของนานาประเทศส่วนใหญ่เกรงอิทธิพลของจีนแผ่นดินใหญ่ จึงให้การยอมรับจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า

ในปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) ก่อนที่นายพล เจียง ไคเช็ก (General Chiang Kaishek) (ภาษาจีน:???) จะถึงอสัญกรรมไม่กี่ปี ไต้หวันซึ่งเป็นประเทศที่ร่วมก่อตั้งองค์การสหประชาชาติได้สูญเสียสมาชิกภาพในฐานะประเทศตัวแทนชาวจีนให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) สหประชาชาติก็ประกาศรับรองจีนเดียวคือจีนแผ่นดินใหญ่และตัดสัมพันธ์ทางการเมืองกับไต้หวัน ทั้งสหรัฐอเมริกาก็ได้ถอนการรับรองว่าไต้หวันมีฐานะเป็นรัฐ ไต้หวันจึงกลายเป็นเพียงดินแดนที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 
     
     
   
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ ประมาณ 160 ก.ม. (ตรงข้ามมณฑลฝูเจี้ยนของจีน) ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

ภาษาจีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

พื้นที่ 
36,000 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะทอดยาวจากเหนือสู่ใต้ โดยมีแนวเขาอยู่ที่ส่วนกลางของเกาะ จัดอยู่ในเขตภูเขาไฟและแผ่นดินไหว

ภูมิอากาศ :
เกาะไต้หวันตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภุมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเลจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รวมพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจจะมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตรขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง

อาหารแบบพื้นเมือง เครื่องปรุงมักจะได้มาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารป่า ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ และ ความสดของส่วนประกอบ ยกตัวอย่าง อาหารพื้นเมือง ก็จะมีพวก เนื้อหมูป่าย่าง นกเสียบไม้ย่าง ผักสมุนไพรจากป่านำมาทอด เหล้าหมักข้าวฟ่าง ประเพณีการรับประทานอาหารแบบพื้นเมืองนี้ คนไต้หวันถือว่าเป็นการรักษาไว้ซึ่งจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของไต้หวัน ตัวอย่างเมนูอาหารแบบพื้นเมือง เช่น ลูกท้อ, ชา, แป้งห่อเนื้อหมูทอด, ไก่งวง, ดอกบัว, ก๋วยเตี๋ยวปลาไหลทอด, ปลาโอ เมนูอาหารทั่วๆ ไป เช่น ซุปปลาหมึก, ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก, ไก๋ตุ๋นน้ำมันงา, บะหมี่เนื้อตุ๋น, อาหารแบบหม้อซุปร้อนรสจัด และ อาหารแบบฮากกาหรืออาหารของจีนแคะ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ไส้กรอกหมูเปรี้ยว ทอดกับขิงคลุกให้เข้ากัน และแป้งห่อข้าวเหนียวกับขิง ทอดแป้งจนมีสีน้ำตาลแดง
     
     
     
   
เงินตรา
ใช้สกุลเงิน เหรียญไต้หวัน (New Taiwan Dollar : NTD) 35.06 NTD = 1 USD หรือ 1 เหรียญไต้หวัน = 1.2168 บาท GDP 286,213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2546) เพิ่มขึ้นจากปี 2545 ร้อยละ 3.24 โดยร้อยละ 1.8 ของ GDP มาจากเกษตรกรรม ร้อยละ 30.4 มาจากอุตสาหกรรม และร้อยละ 67.8 มาจากอุตสาหกรรมด้านบริการ ไต้หวันได้รับการจัดอันดับจาก Business Environment Risk Intelligence (BERI) Research Organization ว่าเป็นแหล่งลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจาก สวิสเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ปี 2545) มากเป็นอันดับที่ 3 รองจากญี่ปุ่น และจีน
     
     
     
   
ภาพรวมความสัมพันธ์ไทย – ไต้หวัน
1. ภาพรวม ราบรื่น ภายใต้หลักการ "จีนเดียว" 2 ด้านเศรษฐกิจ 2.1 การค้า ไต้หวันเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้น ๆ ของไทย การค้ารวมไทย -ไต้หวันในปี 2552 มีมูลค่า 7.077 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปไต้หวัน 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงร้อยละ 16.71 จากปี 2551) ขณะที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน 4.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงร้อยละ 22.4 จากปี 2551) และไต้หวันได้ดุลการค้า รวม 2.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทยไปไต้หวัน 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ประมวลข้อมูลอัตโนมัติ เคมีภัณฑ์ น้ำตาล มันสำปะหลัง ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน แร่เหล็กและเหล็กเส้น เครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วน 1.2.2 การลงทุน ในปี 2552 ไต้หวันลงทุนในไทยจำนวน 73 โครงการ รวมมูลค่า 2.02 หมื่นล้านบาท มากเป็นอันดับ 5 ของการลงทุนต่างชาติในปี 2552 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป 2.2 การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไต้หวันนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย อย่างไรก็ดี ในปี 2552 นักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางมาประเทศไทย รวม 364,371 คน ลดลง 28,805 คน หรือร้อยละ 7.9 จากปี 2551 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยน้อยลง ได้แก่ (1) ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและการโลก (2) สถานการณ์ภายในประเทศไทย และ (3) ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น 2.3 แรงงาน ไต้หวันเป็นตลาดแรงงานสำคัญอันดับต้น ๆ ของไทย และในปี 2552 มีแรงงานไทยที่ประกอบอาชีพในไต้หวันประมาณ 66,00 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ประมาณ 4,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานด้านการก่อสร้าง 3. ด้านวิชาการ ไทยและไต้หวันมีความร่วมมือด้านวิชาการครบคลุมหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม สาธารณสุขชุมชน และการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก (SMEs) 4. ความตกลงสำคัญ ได้แก่ ความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน และความตกลงยกเว้น การเก็บภาษีซ้อน (ลงนามปี 2542)
     
     
     
   
ระบบไฟฟ้า
ไต้หวันใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. 60 Hz (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย
     
     
     
   

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ ไต้หวัน

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไต้หวัน เป็นประเทศที่มีภูเขาตั้งตระหง่านสูงเสียบเมฆซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
จึงถูกเรียกว่า "เกาะภูเขาสูง" ภูเขาที่สูงเกินกว่า 3,000 เมตร มีอยู่ทั่วทุกแห่งความสูงของภูเขาแยกเกือบ
4,000 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาสูงระดับหนึ่งในแถบเอเชีย เนื่องจากทรัพยากรภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทศพิเศษทัศนียภาพที่แปลกและมหัศจรรย์มากมายนอกจากภูเขาแล้วยัง
มีทัศนียภาพตามฝั่งทะเลที่สวยงาม เริ่มจากภาคเหนือ เป็นเขตทิวทัศน์แห่งชาติตะวันออกเฉียงเหนือ
มีลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นฝั่งทะเล ซึ่งเขตทิวทัศน์แห่งชาติริมฝั่งทะเลตะวันออกและเขตทิวทัศน์แห่งชาติ
ฮวาตงจงกู่ มีทิวทัศน์สวยงามทอดลงไปสู่ทิศใต้ ซึ่งมีความสวยงามเมื่อแสงแดดได้สาดส่องไปทั่วเขตทิวทัศน์
แห่งชาติอ่าวต้าผิง ที่เต็มไปด้วยสีสันของภาคใต้หากเดินตามแนวภูเขายังสามารถเที่ยวชมเขตทิวทัศน์แห่ง
ชาติเม่าหลิน จะได้เห็นประเพณีและวัฒนธรรมของบ้านท้องถิ่นทั้งยังได้สำรวจโลกแห่งผีเสื้อไต้หวันและ
ชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามไปด้วย ในอดีตมีเทพนิยายอันสวยงามที่ได้เล่าลือกันมา เกี่ยวกับเขตทิวทัศน์แห่งชาติอาหลี่ซันว่าหากได้ชมดูความสวยงานของทะเลเมฆและพระอาทิตย์โผล่ออกจาก
แนวระดับพื้นผิวโลก จะทำให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวมีจิตใจเบิกบานร่าเริงตลอดไป สถานที่เที่ยวได้แก่ วิวภูเขาหูกวาง
ของยื้อแยะ ถาน อยู่บนภูเขาป๋ากว้า จำด้ชมนกอินทรี ชิมลูกหลีภูเขาจากหมู่บ้านแหล่งผลไม้และ
อยู่บนภูเขาซือโถวซาน ชมดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ศาสนาพุทธสามารถให้คุณรู้สึกว่า ไต้หวันเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวมากมายต่างก็มีจุดเด่นของแต่ละแห่ง เกาะเผิงหู ( The Penghu lslands ) ได้กระจัด
กระจายไปทั่วในช่องแคบทะเลไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 64 แห่ง เป็นพื้นที่ราบเรียบ
ลักษณะภูมิประเทศของเกาะนี้ไม่เหมือนเกาะไต้หวัน เป็นที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นพิเศษในบริเวณ
เขตเกาะไต้หวัน เกาะหลันกับเกาะลิ เป็นเกาะโดดเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในแปซิฟิกด้านตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งเปิดให้ชมเกี่ยวกับวิเวศน์วิทยา ดูปลาวาฬและสิ่งต่างๆอย่างสนุกสนาน ทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
เพื่อการท่องเที่ยวจะได้ยังอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ปัจจุบันในเขตไต้หวันได้สร้างสวนสาธารณะแห่งชาติ
ทั้งหมด 6 แห่ง คือ สวนสาธารณะแห่งชาติ หยังหมิงซัน ตั้งอยู่ที่ชานเมืองของนครไทเป
ซึ่งลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มากใช้เนื้อที่
ส่วนหนึ่งของอำเภอซินจู๋กับอำเภอซินจู๋กับอำเภอเหลียวลี่ และยังได้สะสมพันธุ์ปลาพิเศษของไต้หวันที่นี่ด้วย
สวนสาธารณะแห่งชาติแสะป้า ซึ่งมีชื่อเสียงของการแสดงตะขอต้นเชอรี่ตะวันออก ( Oriental cherry )
ตกปลาแซลมอล ( Salmon ) สวนสาธารณะแห่งชาติไท่หลู่เกอะ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของอำเภอเหลียนฮวา
ลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขาอันลึก มีหมอกอยู่ริมลำธาร ทิวทัศน์ซึ่งเป็นความงามที่สร้างชื่อไปทั่วโลก
สวนสาธารณะแห่งชาติยิซัน ตั้งอยู่ภาคกลางในเขตหลายอำเภอ และสวนสาธารณะแห่งชาติเขิ่นติง
ตั้งอยู่ทิศใต้ของเกาะใต้หวัน ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของชาวทะเลใต้ มีชื่อเสียงด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม
ที่ได้เห็นเปล่งแสงแวววาวของพระอาทิตย์ สวนสาธารณะแห่งชาติจินหมิน ที่มีชื่อเป็นแหล่งโบราณทาง
ด้านวัฒนธรรมที่ยังเหลืออยู่ในสถานที่สู้รบสมัยก่อนสวนสาธารณะแห่ง
ชาติทั้งหกแห่งนี้ ยีงมีทิวทัศน์วิทยาที่อุดมสมบูณร์ด้วย พิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิมที่อยู่ชานเมืองไถไป่
เป็นสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง และเป็นสิ่งยอดเยี่ยมและอุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรมจีน
ที่ตกทอดมาเป็นเวลา 5,000 ปีแล้ว ทุกคนก็ต้องชื่นชมวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของจีนถ้าท่านมา
ท่องเที่ยวไต้หวันจะต้องให้คำชื่นชมแน่นอน
ว่ากาะไต้หวันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทิวทัศน์สวยวิจิตรตระการตามากที่สุด

นครไทเป "นครไทเป"เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒธรรม เศรษกิจและการเมือง ซึ่งการพัฒนาของนครไทเปได้เจริญรุ่งเรืองไปด้วยทุกด้านและเต็มไปด้วยพลังอันมีชีวิตชีวา รูปแบบศิลปะการก่อสร้างก็มากมายและสวยงาม มีทั้งรูปแบบศิลปะโบราณและแบบสมัยใหม่ ถ้าชอบสถานวัตถุโบราณ ก็เชิญไปชมที่ถนนตีฮว้าที่ต้าต้าวเฉิ่ง วัดหลงซานที่เหมิงเจี่ยและเข้าชมฝีมือกาะสลักอันประณีตของช่างผู้เชี่ยวชาญ ถ้าชอบสิ่งโบราณก็อย่าพลาดโอกาศที่จะไปเข้าชมคลังเก็บรักษาวัฒนธรรม 5,000 ปี ถูกรักษา
ไว้อย่างถนุถนอมที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิม นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และห้องจิตรกรรม เป็นต้น
ลักษณะภูมิประเทศของเมืองไทเปส่วนพื้นที่เป็นภูเขาไฟในชานเมืองนครไทเป ปัจจุบันได้สร้างเป็นสวนสาธารณะ
แห่งชาติหยังหมิงซาน ได้ปลูกต้นไม้ไว้ทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์มากมายได้แก่
นก,ผีเสื้อ และพืชต่างๆ เช่น ต้นจิวไฉ่ไต้หวัน โดยมีเส้นทางเดินขึ้นภูเขาหลายสาย ในสมัยก่อนได้สร้างถนนเดินทางบนภูเขาเพื่อทำการค้าและขุดแร่ซัลเฟอร์ ( sulphur ) ถ้าเป็นวันหยุดก็มีกิจกรรมขึ้นเขาซีซิงซานหรือต้าถุนซาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูใบไม้ผลิมีคนมาเที่ยวสวนสาธารณะแห่งชาติหยังหมิงซานมากมาย ทั้งได้เห็นนกแขกเต้าและดอกต้นเชอรี่ตะวันออกเต็มไปหมดนอกจากนี้ยังมีแหล่งทรัพยากรน้ำพุร้อนที่ได้ตกทอด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาไฟที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวจะได้ลงไปแช่น้ำพุร้อนอย่างสนุกสนาน และได้ผ่อนคลายความเครียดไปด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการของฝากก็สามารถเดินเล่นแล
ะซื้อของในห้างสรรพสินค้าได้ เช่น ในเมืองจิงหัวที่ห้างสรรพสินค้าโซโกหรือไปรัปทานอาหารว่างช่วงกลางงคืนที่
ทื่อหลิน ถนนหัวซี หากต้องการเดินตลาดกลางคืนก็ต้องที่ถนนหยาว เหอ ส่วนการเดินทาง นครไทเปมีระบบการขนส่งมวลชนที่ได้บริการผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวอย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย ซึ่งให้ท่านมีดอกาศร่วมสนุกด้วยการดื่อมและเที่ยวเล่นอย่างสบาย
ดังนั้นนครไทเปจึงถือว่าเป็นเมืองหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวสำหรับท่านทุกคน

อำเภอกาวสวง
อำเภอกาวสวงอยู่ภาคใต้ของไต้หว้น ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับแรกของภาคใต้ มีเขตทิวทัศน์ที่สวยงามมากมาย เช่นทัศนียภาพอันสวยงามของหนานเหิง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูผาน่าหวาดเสียวและหาดูยาก
มีรังนกนางแอ่นที่ลิ่วกวยที่เรียกว่า "โลกแห่งพระจันทร์" ของเถียนเหลียวมีภูเขาดินแลนเป็นต้นและ
ยังมีป่าที่เขียวชอุ่มเป็นดง ยังมีหุบเขาผีเสื้อสีเหลืงอาศัยอยู่เป็นฝูงจะเห็นทัศนียภาพที่งดงามไปด้วยสีสัน
อย่างมหัศจรรย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้ผู้เที่ยวรู้สึกเพลิดเพลินและชื่นชมอย่างไม่ขาดปากกับทะเลสาบน้ำใสโปร่งที่ได้ชมกันว่าเป็น "ซีหู" แห่งไต้หวันซึ่งเป็นทิวทัศน์สวยมากของสถานท่องเที่ยวอันเลืองชื่อลือนามมาเป็นเวลานานของไต้หวันภาค
ใต้แห่งหนึ่ง เมืองไถหนาน 300 ปีก่อนชาวเนเธอร์แลนด์ยึดครองไต้หวันในเวลานั้น เมืองอันผิงได้เรียกว่า "ไถวอวาน" อยู่ฝั่งตรงข้ามของไถวอวานได้เรียกว่า "เช่อเชี่ยน" หลังจากชาวเนเธอร์แลนด์สร้างเมือง "เยอะหลานเจอ" แล้วจึงให้ "เช่อเชียน" ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็น "ไถเหยียน" กับไต้หวันคล้ายๆกันในราชวงศ์ชิง ได้ตั้งสถานที่ราชการไต้หวันอยู่ที่เมืองไถหมาย จึงเรียกไถหนานว่า "ไต้หสัน" มาตลอด ถึงสมัยราชวงศ์หมิงวีรบุรุษเจิ้งเฉิงกงได้ขับไล่ชาวเนเธอร์แลนด์ออกจากไต้หวัน หลังจากเจิ้งเฉิงกงถึงแก่กรรม เจิ้งจิงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งต่อ และเริ่มสร้างศาลบูชาขงจื้อ (ขงจื่อ) ซึ่งไต้ตั้ง
โรงเรียนแห่งแรกของไต้หวัน ในปี 1685 หลังจากราชวงศ์ชิงได้มาควบคุมไต้หวันทำการค้าเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีผู้อพยพมาไต้หวัน เพื่อมาทำการบุกเบิกที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีผู้อพยพมาไต้หวันเป็นจำนวนมากและเนื่องจากสถานที่ราชการไถหนานกับแผ่นดินใหญ่ ต่างก็มีท่าเรือสัญจรไปมาจึงทำให้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น แต่ต่อมาเนื่องจกดินเลนหรือทรายในทะเลได้ตกตะกอนหมักหมมจนทำให้ทะเลในไถเจียงท่าเรืออันผิง และท่าเรือลุเอ่อเหมิน ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ทางเศรษฐกิจการค้าจึงตกต่ำไปตลอด ปัจจุบันเมืองไถหนานยังคงเห็นร่องรอยการบุกเบิกที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าตั้งแต่ 300 ปี ที่ผ่านไป ปรากฏว่าทางศิลปะพื้นเมืองทางด้านประวัติศาสตร์และมนุษยศาสตร์และมนุษยศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ยัง
ได้รักษาสภาพไว้อย่างครบสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเมืองวัฒนธรรมแห่งเดียวเป็นพิเศษ และเป็นพิพิภัณฑ์ประวัติศาสตร์ตัวอย่างที่เป็นจริงที่ได้เห็นในปัจจุบัน

อำเภอฮาเหลียน
"ฮาเหลียน" ชื่อเดิมเรียกว่า "โตลอหมั่น"สมัยราชวงศ์หมิงระหว่างปี 1488-1506 ชาวโปตุเกตุ (Portogal) ได้เดินเรือผ่านช่องแคบทะเลไต้หวัน แล้ววนไปทิศตะวันออกของกาะไต้หวัน โดยพบเม็ดทองที่ปนอยู่ในทราย จึงเอาชื่อแม่น้ำลำธารที่ผลิตทองในประเทศดปรตุเกตุมาใช้เรียกว่า "ฮวาเหลียน" ก่อนที่ชาวฮั่นจะอพยพมาอยู่เกาะไต้หวัน, ชาวเขาก็ตั้งชื่อสถานที่ต่างๆด้วยแหล่งธรรมชาติ ลักษณะภูมิประเทศที่มีความพิเศษ เมืองฮวาเหลียนเป็นเมืองใหญ่อันดับแรกขอภาคตะวันออกของไต้หวันถ้าเราเอาเมืองจงเหิง, ซูฮวา, ริมทะเลฮวาตงกับฮวงตง หุบเขามาเทียบเสมือนเชือกเส้นหนึ่ง ฮวาเหลียนก็ต้องเป็นหัวเงื่อน ซึ่งเป็นเมืองที่ยังรักษาประเพณีที่ซื่อสัตย์ดั้งเดิม อำเภออี๋หลาน เมืองอี๋หลาน ตั้งอยู่ที่เขตศูนย์พื้นที่ราบหลานหยางซึ่งเป็นลักษณะภูมิประเทศราบเรียบที่ดีแห่งหนึ่ง มีแม่น้ำลำธารมากมายไหลสลับกัน เป็นแหล่งทรัพยากรในการทดน้ำเข้านาที่อุดมสมบูรณ์ ให้ชาวบ้านเมืองอี๋หลานที่อยู่ศูนย์พื้นที่ราบแห่งนี้ได้ที่ดินมีปุ๋ยมาก และแหล่งน้ำที่เพียงพอ ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของผลิตผลการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ภายในหลายปีที่ผ่านมา

เมืองอี๋หลาน
ได้เป็นจุดสำคัญทางด้านเศษฐกิจการเมืองวัฒนธรรมและการศึกษาของเขตศูนย์พื้นราบหลานหยางโดยตลอด และยังเป็นเส้นทางสำคัญการคมนาคมด้วย น้ำแกงแพะ "หยางเกิง" ที่ทำด้วยน้ำพุที่เย็น "ซูอ้าว" มีรสชาติหอมหวานเป็นพิเศษ นอกจากรสชาติที่ชอบรับประทานกันโดยตลอดแล้วยังมีรสชาติที่ผสมด้วยช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ ชา ลูกจ๊อ อาหารเนื้อเป็นที่ใช้กากอ้อยกับถ่านไม้เผาอม และอาหารอบ "ถุงน้ำดีกับตับ" ผลไม้เชื่อมที่หมักด้วยลูกจ๊อและลูกพลัม สี่อย่างดังกล่าวเรียกว่าสิ่งล้ำค่าของเมืองอี๋หลาน ผักที่รดด้วยน้ำพุร้อน เช่น ผักบุ้งต้มน้ำเต้า หน่อไม้อ่อน เป็นต้น มีรสชาติที่ไม่เหมือนผักธรรมดา นอกจากนี้ยังมีน้ำอัดลม "ดีดไข่มุก" ที่ทำด้วยน้ำพุที่เย็น "ซูอ้าว" ก็เป็นที่รู้จักกันทั่วไป เทศกาลวันเล่นของเด็กซึ่งได้จัดขึ้นที่ "สวนสาธารณะชินส่วย" ของตงเทียนเหอในปี 1996 หลังจากที่ว่าการอำเภออี๋หลานตกลงเริ่มจากเทศกาลประจำปี 2000 ให้ขยายเวลาการจัดกิจการจาก 23 วัน เป็น 44 วันแล้ว ทำให้จำนวนผู้เที่ยวงานได้เพิ่มมากขึ้น จนถึงปีที่แล้วจำนวนผู้เที่ยวงานได้ทำลายสถิติถึง 8 แสน 1 หมื่นคน ซึ่งเป็นหนึ่งใน "กิจกรรมเทศกาลท้องถิ่น 12 รายการขนาดใหญ่เขตไต้หวัน" ของการท่องเที่ยวกระทรวงคมนาคม เป็นการเลือกสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เย็นสบายและสดชื่น มีความสุขในฤดูร้อนที่ดีมากสำหรับทุกคน

     

เกี่ยวกับเรา I โปรแกรมทัวร์ I แพคเกจทัวร์ I ตั๋วเครื่องบิน I แกลเลอรี I ติดต่อเรา I แผนผังเว็บไซต์
info@briotravel.co.th