ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์อิตาลี

ทัวร์ยุโรป lแกรนด์ อิตาลี 7วัน 4คืน BY: สายการบินการ์ต้าร์แอร์เวย์ (QR) / สิงคโปร์แอร์ไลน์ (SQ)

Highlight

  1. โคลอสเซียม (Colosseum) หรือ สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
  2. น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain)  น้ำพุที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก
  3. เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะในช่วงยุคกลาง
  4. เวนิส (Venice) สัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวของประเทศอิตาลี
  5. มหาวิหารแห่งมิลาน สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสองรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

 

 

 ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
19 ต.ค. 6125 ต.ค. 6157,900 ฿download pdf
22 ต.ค. 6128 ต.ค. 6157,900 ฿download pdf
4 ธ.ค. 6110 ธ.ค. 6157,900 ฿download pdf
24 ธ.ค. 6131 ธ.ค. 6157,900 ฿download pdf
27 ธ.ค. 613 ม.ค. 6257,900 ฿download pdf
29 ธ.ค. 614 ม.ค. 6261,900 ฿download pdf
รายละเอียดการจอง
ประเภท ราคา/คน ตั๋วเครื่องบิน คน

จำนวนคนทั้งหมด :      ราคารวม :      บาท
วันที่1 กรุงเทพฯ – สนามบินโดฮา
18.30 คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เจ้าหน้าที่ บริโอ ทราเวล คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
20.55 ออกเดินทางสู่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเที่ยวบิน QR 833
วันที่2 สนามบินโรม – โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ – โคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี – ช้อปปิ้งบันไดสเปน
00.05 เดินทางถึงสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์
01.35 ออกเดินทางสู่อิตาลี โดยเที่ยวบิน QR 115
06.55 เดินทางถึงสนามบินลีโอนาโด ดาวินชี ประเทศอิตาลี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Basilica of Saint Peter) มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์มีความสูงที่โดดเด่น ทำให้สามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม ที่ตั้งของมหาวิหารแห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังร่างของนักบุญปีเตอร์ หรือนักบุญเปโตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาวกสิบสององค์ของพระเยซู
นำท่านถ่ายรูปกับ โคลอสเซียม (Colosseum) หรือ สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุกว่า 1,900 ปี ก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 72 ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียน (Vespasian) กษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฟลาเวียน (Flavian) เรียกว่าเป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมัน จุคนได้ 50,000 – 80,000 คน ในสมัยก่อนใช้เป็นเวทีต่อสู้ของนักสู้ กลาดิเอเตอร์ (Gladiator) เพื่อสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชม
นำท่านชม น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain)  น้ำพุแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี น้ำพุเทรวีแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง “Three Coins in the Fountain” สถานที่แห่งนี้มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก ตรงกลางของน้ำพุจะมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนประทับยืนอยู่บนรถม้าศึก ถูกชักลากโดยม้าสองตัวซึ่งควบคุมโดย Triton บุตรของเทพเจ้าโพเซดอน นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมน้ำพุเทรวีแห่งนี้ จะโยนเหรียญหนึ่งเหรียญข้ามหัวไหล่ลงในสระเพื่ออธิษฐาน หรือเพื่อขอให้ได้มีโอกาสกลับมายังกรุงโรมแห่งนี้อีกครั้ง
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
บ่าย นำท่านชมบริเวณ บันไดสเปน (Spanish Steps) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ที่มาของชื่อ บันไดสเปน มาจากที่บริเวณนั้น เดิมเป็นที่ตั้งของสถานทูตสเปน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น โบสถ์ตรินิตา เด มอนตี โดยบันไดที่มีจำนวน 138 ขั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่างฟรานเชสโก เดอ แซงติส เเละอเลสซานโดร สเปคคี ใน ค.ศ.1717 โดยการออกแบบมีความสวยงามด้วยลายเส้นทั้งเส้นตรงเส้นโค้ง และมีระเบียงที่มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบปิอัซซาโดยรอบ ในช่วงศตวรรษที่ 18 ถึง 19 บริเวณบันไดสเปนเป็นแหล่งในการพบปะพูดคุยกันของบรรดาศิลปินและสถาปนิกอิตาลี รวมทั้งบรรดานักเขียน เรียกว่าเป็นสถานที่แห่งการพบปะผู้คนมาตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม เช่น Dior, Prada, Gucci, Amarni, Valentio, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier etc.
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม PINETA PALACE หรือเทียบเท่า
วันที่3 เซียนา – ฟลอเรนซ์ – ปาโดวา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซียนา (Siena) (233 KM) หรือ เมืองซีเอนา อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศอิตาลี โดยเมืองเซียนาเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเซียนา(Province of Siena) ในแคว้นทัสกานี (Tuscany) ซึ่งเป็นแคว้นในภาคกลางของประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อว่ามีทิวทัศน์งดงามมาก และมีไวน์ที่รสชาติดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของอิตาลีอีกด้วย
จากนั้นพาถ่ายรูป มหาวิหารเซียน่า (Siena Cathedral) เป็นมหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างค.ศ. 1215 -1263 โดยมหาวิหารถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมกอธิค และสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของมหาวิหารคือโดมและหอระฆัง โดยโดมที่ตั้งอยู่บนหอแปดเหลี่ยม มาสร้างเพิ่มโดยจาน โลเรนโซ แบร์นินี ภายนอกและภายในตกแต่งด้วยแถบหินอ่อนขาวสลับเขียวดำยกเว้นด้านหน้าที่แทรกด้วยหินอ่อนสีชมพูแก่เกือบแดง สีขาวดำเป็นสีสัญลักษณ์ของเมืองเซียนา ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าเป็นสีของม้าของเซเนียสและอาสเคียสผู้ก่อตั้งเมือง
นำท่านถ่ายรูปกับ จัตุรัสแคมโป (Piazza del Campo) เป็นจัตุรัสที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองเซียนา และได้รับการยอมรับว่าเป็นจัตุรัสยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านของความงามและความสมบูรณ์ของงานสถาปัตยกรรมอีกด้วย ตรงใจกลางจัตุรัสจะมีหอนาฬิกาขนาดใหญ่ ในอดีตเคยใช้เป็นอาคารราชการ แต่ในปัจจุบัน พื้นที่บางส่วนได้เปลี่ยนไปเป็นพิพิธภัณฑ์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (Florence)(75 KM)  เมืองฟลอเรนซ์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ
อาร์โน (Arno River) ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะในช่วงยุคกลาง เมืองฟลอเรนซ์ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน ถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา และยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรมเมื่อ ค.ศ. 1982 ใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และอื่นๆในเขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์
จากนั้นพาท่านถ่ายรูปกับ บริเวณลานจัตุรัส ไมเคิล แองเจโล (Piazzale Michalangelo)บริเวณนี้จะมีรูปปั้นเดวิดจำลองอยู่ และที่นี่ สามารถมองเป็นวิวทิวทัศน์ของเหมืองฟลอเรนซ์ได้แบบพาโนราม่า จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายรูป
จากนั้นออกเดินทางไปยัง เมืองปาดัว หรือ ปาโดวา (Padova) (230 KM)เป็นเมืองท่องเที่ยวของแคว้นเวเนโต (Veneto region) ซึ่งเป็น 1 ใน 20 แคว้นที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี และยังมีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าเมืองท่องเที่ยวอื่นๆของประเทศ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม FOUR POINTS BY SHERATON PADOVA หรือเทียบเท่า
วันที่4 เวนิส – จัตุรัสเซนต์มาร์ค – เวโรนา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เวนิส (Venice) (42 KM) เมืองเวนิสถือเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก เวนิชเป็นเมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด มีอาคาร ร้าน บ้านเมืองตั้งอยู่ริมคลอง ชมทิวทัศน์ธรรมชาติของ 2 ฝั่งคลองโดยทางเรือ นับเป็นเมืองที่คลองมากกว่าถนนอีกเมืองหนึ่งของโลก นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ ทรอนเชตโต เพื่อล่องเรือสู่เกาะเวนิช
จากนั้นนำชม จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco)  ได้ชื่อว่าเป็นจัตุรัสที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ในบริเวณจัตุรัสจะมีร้านค้าและร้านอาหารไว้คอยบริการมากมาย รอบๆ จัตุรัสมีอาคารที่สำคัญสองแห่งคือ หอระฆัง และหอนาฬิกา หอระฆัง (Campanile) และถ่ายรูปกับมหาวิหารซานมาร์โค (San Marco Cathedral) ซึ่งเป็นมหาวิหารประจำเมืองของเวนิส มีฉายาว่าโบสถ์ทอง (Church of Gold) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสซานมาร์โค ตัวมหาวิหารสร้างด้วยสถาปัตยกรรมหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุคไบแซนไทน์จนถึงยุคเรอเนสซองส์ มีการประดับอย่างงดงามด้วยโมเสก และประติมากรรมต่างๆ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ อำนาจ และ ความมั่งคั่งของเวนิส จุดเด่นของโบสถ์ คือ ด้านหน้าโบสถ์ที่ทำเป็นซุ้มประตูโค้ง 5 ช่อง แต่ละช่องประดับด้วยโมเสกสีทองจากกรีซ และมีภาพการเชิญศพนักบุญมาร์กมาเวนิส ม้าทั้งสี่ตัวก็ถูกนำกลับคืนมาเวนิส ปัจจุบันม้าทั้งสี่ ตัวจริงเก็บอยู่ภายในโบสถ์ ส่วนที่เห็นด้านนอกในปัจจุบันเป็นม้าที่จำลองขึ้นแทน และมหาวิหารนี้ยังเชื่อว่าบรรจุศพของนักบุญซานมาร์โคที่ชาวเวนิสไปโขมยมาจากเมืองอเลกซานเดรีย ประเทศอียิปต์
จากนั้นนำท่านถ่ายรูป วังดอจ หรือ ปาลาซโซ ดูคาเล (Doge Palace หรือ Palazzo Ducale) พระราชวังแห่งนี้ เป็นพระราชวังสไตล์โกธิคของดอจ ดยุคผู้ครองเมืองเวนิส สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 แต่เกิดเพลิงไหม้และได้รับการบูรณะ ก่อสร้างเพิ่มเติมในระหว่างศตวรรษที่ 14 และ 15 ภายในพระราชวังประดับทองคำและภาพจิตรกรรมมากมายโดยเฉพาะภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ วังแห่งนี้ยังมีคุกขังนักโทษอันน่าสะพรึงขวัญอยู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งถูกเชื่อมด้วยทางเดินแคบๆ ไปยังสะพานข้ามคลองสู่แดนคุมขัง สะพานแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า สะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri หรือ Bridge of Sighs)
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
15.00 จากนั้นนำท่านล่องเรือกลับสู่ท่าเรือทรอนเชตโต และนำท่านเดินทางเข้าสู่ เวโรน่า(Verona) (121 KM) เมืองเวโรน่าเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเวโรน่า แคว้นเวเนโตในประเทศอิตาลี มีขนาดใหญ่รองลงมาจากเวนิส มีความสำคัญทางศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงสถาปัตยกรรมอายุเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งทางรัฐบาลยังคงรักษาสภาพเดิมของสถานที่เก่าแก่อยู่ และได้รับสมญานามว่า “LITTLE ROMAN” เพราะยังคงสภาพสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญยังเป็นเมืองที่อยู่ในบทละครสุดคลาสิคอย่าง โรมิโอ แอนด์ จูเลียต รวมถึงเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักในภาพยนตร์เรื่อง Letters to Juliet (2010)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม BW CTC HOTEL VERONA หรือเทียบเท่า
วันที่5 Amphitheatre – บ้านจูเลียต – มิลาน – ช้อปปิ้งแกลอรี วิคเตอร์ เอมมานูเอล
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองเวโรน่า ถ่ายรูปกับ AMPHITHEATRE (Verona Arena) หรือโรงละครกลางแจ้งแบบโรมัน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1 สามารถจุคนได้ราว 30,000 คน และในปัจจุบันนี้โรงละครแห่งนี้ยังคงเปิดทำการแสดงอยู่ เช่น การแสดงโอเปร่าหรืองานแสดงคอนเสิร์ต

จากนั้นนำชม บ้านจูเลียต (Casa di Giulietta) สถานที่สมมุติให้เป็นบ้านของจูเลียตในบทประพันธ์ชื่อดัง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต (Romeo and Juliet)” ประพันธ์โดย วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) จุดเด่นของบริเวณบ้านคือ กำแพงที่เต็มไปด้วยข้อความและคำอธิษฐานเกี่ยวกับความรัก ทั้งเขียน แปะ เพ้นท์ รวมถึงกุญแจคล้องประตู หรือตามผนังมีชื่อคู่รักหนุ่มสาวเต็มไปหมดจนแทบไม่มีที่ว่าง จากนักท่องเที่ยวบ้าง จากคนในอิตาลีบ้าง เพราะเชื่อว่าจะทำให้ความรักมั่นคงยืนยาวเหมือนโรมิโอกับจูเลียตที่รักกันชั่วนิรันดร์ ส่วนด้านในบริเวณบ้านจะจุดเด่นมีอยู่ 2 แห่งคือ รูปปั้นของจูเลียต ซึ่งสร้างตามจิตนาการของผู้แต่ง มีความเชื่อว่าถ้าใครได้จับหรือสัมผัสตรงหน้าอกของจูเลียตพร้อมอธิษฐานจะเจอกับรักแท้ในไม่ช้า

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
บ่าย นำเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (168 KM) มิลาน หรือ มิลาโน (Milano)  เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์ดี ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี คำว่ามิลานมาจากภาษาเซลต์ คำว่า Mid-lan ที่มีความหมายว่าอยู่กลางที่ราบ นอกจากนี้มิลานยังมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ มิลานได้ถูกจัดให้เป็นเมืองแห่งแฟชั่นที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของโลก ธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม และศูนย์กลางการเดินทาง
จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลาน เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสองรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงวาติกัน สร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบกอธิค (Gothic art) ที่อลังการยิ่ง และได้ชื่อว่าเป็นวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 157 เมตร กว้าง 92 เมตรสำหรับชาวมิลาน ที่นี่คือจิตวิญญาณ คือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ จากนั้นอิสระช้อปปิ้งที่ Galleria Vittoria Emanuele II เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีลักษณะเป็นทางเดินและอาคารขนาบ 4 ชั้น คลุมด้วยหลังคาทรงโค้ง ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ศูนย์การค้าแห่งนี้ตั้งชื่อตามพระเจ้าวิตโตรีโอ เอมานูเอเลที่ 2 แห่งอิตาลี กษัตริย์พระองค์แรกของราชอาณาจักรอิตาลี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารจีน
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม BEST WESTERN  HOTEL LE FAVAGLIE หรือเทียบเท่า
วันที่6 โคโม– Foxtown Outlet – สนามบินมิลาน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ โคโม (Como) (51 KM) เมืองโคโม่นั้นเป็นเมืองเล็กๆ ในอิตาลีที่มีความงดงาม บ้านเรือนปลูกสร้างในสไตล์ของวิลล่าและบ้านพักต่างอากาศ ของผู้มีอันจะกิน สิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนให้มาที่สถานที่แห่งนี้ก็คือตัวทะเลสาบโคโม่นั่นเอง
นำท่านเดินทางสู่ Fox town Outlet เป็นห้าง Outlet ที่ครบครันมากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ มีมากกว่า 250 แบรนด์ และตั้งอยู่ใกล้กับ 2 ประเทศคือทั้งสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี พื้นที่ตั้งของ Fox Town Factory Stores อยู่ในเขตพื้นที่ของสวิตเซอร์แลนด์ แต่การเดินทางไปจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี จะใกล้และสะดวกกว่าไปจากเมืองใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่นี่มีให้เลือกช้อปมากมายหลายร้าน เช่น YSL, Furla, Ferrari, Gucci, Salvatorre Ferragamo ฯลฯ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย (ไม่รวมอาหารกลางวัน)
13.00 นำท่านไปยังสนามบินมิลานเพื่อเดินทางกลับ
16.25 ออกเดินทางสู่สนามบินโดฮา เที่ยวบินที่ QR 128
23.30 เดินทางถึงสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์
วันที่7 สนามบินโดฮา – กรุงเทพฯ
01.40 ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบิน QR 834
12.40 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
**หมายเหตุ หากเดินทางในวันที่ 19- 25 ตุลาคม ไฟลท์ขากลับจะเป็น QR 128 MXP – DOH // QR 834 DOH – BKK
หากเดินทางในวันที่ 22 – 28 ตุลาคม ไฟลท์ขากลับจะเป็น QR 118 MXP – DOH // QR 832 DOH – BKK
  หากเดินทางในวันที่ 4 – 10 ธันวาคม และ 29 ธันวาคม – 4 มกราคม

ไฟลท์ขาไปจะเป็น Q R835 BKK-DOH และไฟลท์ขากลับจะเป็น QR 128 MXP – DOH // QR 836 DOH – BKK

ข้อมูลเพิ่มเติม

month

10-ตุลาคม, 12-ธันวาคม

บริษัท บริโอ ทราเวล จำกัด

  • 4 อาคารมหธราดล ชั้น 1 ยูนิตเอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-676-3663 (PHONE AUTO)
  • เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 18:00
  • เปิดบริการ เสาร์: 9:00 - 17:00
briotravel-line bbuddy-line