ฉันจะไปเยือนซากะ

YUTOKU INARI03
YUTOKU INARI03

ซากะ จังหวัดเล็กๆที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู เมืองเงียบสงบที่พาคุณหลบเลี่ยงเมืองใหญ่มาพบกับบรรยากาศผ่อนคลายและสถานที่ท่องเที่ยวที่รอคุณไปสัมผัส

จังหวัดแห่งนี้อาจเป็นชื่อที่ไม่ได้อยู่ในลิสของใครหลายคน เนื่องจากถูกรายล้อมด้วยจังหวัดใหญ่อย่างนางาซากิและฟุกุโอกะอุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 16 องศาเซลเซียสตลอดปี มีทั้งอุตสาหกรรมการประมงและอุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จึงทำให้มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาตร์

เพราะฉะนั้น ซากะจึงเรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรม หรือ Land Of Fascinating Culture ดังนั้นเราจึงไม่รอช้า เก็บกระเป๋า พร้อมเดินทางไปยังจังหวัดซากะ เพื่อพิสูจน์ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดเล็กๆ ที่เกาะคิวชูแห่งนี้

การเดินทางไปยังจังหวัดซากะ เป็นเรื่องไม่ยากเลยซักนิด เพราะมีรถไฟ JR  KYUSHU ที่ขึ้นจากสถานีฮากาตะ ในฟุกุโอกะ ตรงมายังสถานีสถานีรถไฟซากะได้เลย และJR KYUSHU นี้ก็สามารถใช้ได้ภายในจังหวัดซากะอีกด้วย แต่เพื่อความสะดวกสบายแล้ว ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังซากะมักจะเช่ารถขับภายในจังหวัดเสียมากกว่า

ในครั้งนี้ เราเลือกที่จะเดินทางโดย JR KYUSHU NORTHERN PASS เข้าไปยังจังหวัดซากะ และเมืองแรกที่เราตั้งใจไปเยือนคือ เมืองคาราสึ

northern_kyushu

เมืองคาราสึ (KARATSU) ถือเป็นเมืองยอดฮิตสำหรับการไปเที่ยวที่ซากะเลยก็ว่าได้ ที่น่าสนใจสำหรับคอการ์ตูนญี่ปุ่นก็คือ เมืองแห่งนี้เป็นเมืองต้นแบบของเมือง HASETSU ในอนิเมชั่นการ์ตูนกีฬายอดฮิตอย่าง YURI ON ICE!! เพราะเมื่อเดินทางถึงสถานีรถไฟ KARATSU Station แล้ว ก็พบกับโปสเตอร์ที่เต็มไปด้วยการโปรโมตการ์ตูนเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวแบบหนึ่งในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะญี่ปุ่นมักจะใช้การ์ตูนอเนิเมชั่นเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว เรียกให้แฟนการ์ตูนจากทั่วโลกเดินทางมาตามรอยตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ

แต่จุดมุ่งหมายของเราในการมายังคาราสึแห่งนี้ ก็เพราะเมืองนี้เป็นที่จัดงาน เทศกาลคาราสึกุนจิ ที่ยิ่งใหญ่ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่เราตั้งหน้าตั้งตารอเดินทางไปเยือน

2Saga_Karatsu Kunchi festival2

เทศกาลคาราสึกุนจิ เป็นเทศกาลขอบคุณพระเจ้าสำหรับพืชผลทางการเกษตรและจากทะเลตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญอีกเทศกาลหนึ่งเทียบได้กับเทศกาลตรุษจีนของชาวจีนเลยทีเดียว เทศกาลนี้จะจัดขึ้นตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 พฤษจิกายนของทุกปี

โดยในเทศการจะมีพาเหรดขบวนรถลากทั้งหมด 14 ขบวน จาก 14 เขตในคาราสึ และถึงแม้ว่าจะเดินทางมาไม่ตรงตามวันเทศกาล แต่รถลากทั้ง 14 คันนี้ก็ถูกจัดแสดงอยู่ใน ศูนย์จัดแสดงรถลาก ฮิคิยามะ ศูนย์จัดแสดงแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานี KARATSU เพียงแค่ 820 เมตร เดินไปได้สบายๆ เสียค่าเช้าชมเพียงแค่ 300 เยน หรือประมาณ 90 กว่าบาทเท่านั้น ก็ได้รับชมประวัติและความงดงามของรถลากที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

วันแรกของการเดินทาง ตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟ KARATSU เป้าหมายของเราวันนี้คือเดินถนน KYOMACHI ถนนชอปปิ้งขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกับถนน NAKAMISE Shopping Street หน้าทางเข้าวัดเซนโซจิ อาซาคุสะ ในโตเกียวแต่มีขนาดเล็กกว่า เราเริ่มต้นเดินออกมาหน้าสถานีรถไฟ KARATSU แล้วเดินไปทางซ้ายมือ ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 3 นาทีก็ถึงถนน KYOMACHI แล้ว

DSCN4133

Credit : http://www.backpackerwebs.com/japan-kyushu/saga-karatsu-station-dinner/

สถานที่ต่อไปคือปราสาทคาราสึ เราเดินกลับไปยังแถวสถานีรถไฟ KARATSU เพื่อไปขึ้นบัส เดินทางไปยังปราสาทคาราสึ โดยสถานีรถบัสก็อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ KARATSU เมื่อขึ้นรถบัสแล้วก็ไปลงที่สถานี KARATSUJO-IRIGUCHI ลงจากรถแล้วเดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรก มองตรงไปเราก็สามารถเห็นตัวปราสาทที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ปราสาทคาราสึแห่งนี้มีอายุ400 กว่าปี สร้างขึ้นเมื่อปี 1602 ในสมัยเอะโดะ โดยไดเมียวผู้ปกครองเมืองคาราซึ

ปราสาทคาราสึมีทั้งหมด 5 ชั้น ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของปราสาทคาราสึ ข้าวของในอดีตและงานศิลปะต่างๆ ชั้น 5 ของปราสาทเป็นจุดชมวิวที่ทำให้มองเห็นทะเลผืนกว้างที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ค่าเข้าชมปราสาทคาราสึเสียเพียงแค่คนละ 410 เยน เท่านั้นเอง

small_1129082401_0

Credit : http://www.japan-tour.jp/th/saga/2788

วันต่อมาเราเริ่มต้นกันที่สถานีรถไฟคาราสึ และนั่งรถไฟมาลงยังสถานี NIJI NO MATSUBARA หรือลงที่สถานี HAMASAKI ก็ได้ แต่เราเลือกลงที่สถานี NIJI NO MATSUBARA เพราะใกล้กับสถานี KARATSU ป่าสนแห่งนี้ ไดเมียวผู้สร้างปราสาทคาราสึ ได้ปลูกเอาไว้ริมแนวทางชายหาดเพื่อป้องกันน้ำทะเลและลมทะเล

นอกจากจะถ่ายรูปสวยแล้ว เป้าหมายสำคัญในการมาป่าสน NIJI NO MATSUBARA คือร้านเบอร์เกอร์ชื่อดัง ที่ขายมานานกว่า 50 ปี อย่างKARATSU BURGER และแน่นอนว่าเรามาเพื่อชิม Special Burger โดยเฉพาะ เพราะเป็นเบอร์เกอร์ที่ได้รับการกล่าวขานในอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก โดยร้านเบอร์เกอร์นี้จะขายอยู่ในรถมินิบัสสีแดงที่เป็นจุดเด่นทำให้มองหารถได้โดยง่าย  ออกมาจากสถานีรถไฟก็สามารถเจอได้เลย

ls
87

Credit : https://www.yelp.com/ , http://www.saga-tripgenius.com/tourism_search/niji-no-matsubara.html

358523a964657e959a398ad18ab73a16_0960x0630

Credit : http://kyoiku.welcomekyushu.jp/en/spots/detail/9999900043048

ต่อมาเรานั่งรถไฟมาลงที่สถานี YOSHINOGARI-KOEN ก็สามารถเดินจากสถานีไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ YOSHINOGARI ได้เลย โดยมีค่าเข้าชมอุทยานอยู่ที่ราคา 420 เยนต่อคน

เมื่อเข้าไปถึงด้านในก็พบว่า สถานที่นี้อาจต้องเรียกว่าซากอุทยานประวัติศาสตร์มากกว่า เพราะเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ทางญี่ปุ่นยังคงอนุรักษ์ไว้ ที่สำคัญคือด้านในมีโบรชัวภาษาไทยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้ศึกษาด้วย

เราเดินทางมาต่อกันที่ YUTOKU INARI SHRINE หรือศาลเจ้ายูโทคุอินาริ เดินทางโดยรถไฟอีกเช่นกัน เราย้อนกลับไปยังสถานีรถไฟ YOSHINOGARI-KOEN นั่งมาลงที่สถานี JR HIZEN KASHIMA เมื่อออกจากสถานีแล้วให้ข้ามถนนมาที่ Kashima Bus Center หรือ ใต้ตึก Yutoku รอรถที่ Platform 3 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที และลงที่ป้าย YUTOKU INARI-JINJA SHRINE จากนั้นข้ามถนนแล้วเดินต่ออีกไม่นานก็จะถึงทางเข้าศาลเจ้า

ศาลเจ้านี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1688 เป็นศาลเจ้านิกายชินโต ประจำตระกูลของผู้ปกครองเมืองซากะในสมัยเอโดะ เป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 รองมาจาก ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ในเกียวโตและศาลเจ้าคะซะม่าอินาริ ในอิบาระกิ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนต่างนิยมไปสักการะขอพรเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยว ความสำเร็จด้านธุรกิจ และความปลอดภัย

YUTOKU INARI02

วันสุดท้ายของการเดินทาง ออกเดินทางแต่เช้าเพื่อตรงไปยังตลาดเช้าโยบูโกะ หรือ YOBUKO MORNING MARKET ที่เปิดแค่ถึงเที่ยงเท่านั้น เป้าหมายของคืออาหารทะเลสดๆ มาเป็นมื้อเช้า โดยนั่งรถบัสที่ SHOWA BUS BOUND  จากศูนย์รสบัส OTEGUCHI BUS CENTER โดยศูนย์รถบัสนี้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟคาราสึ เรานั่งบัสไปลงที่สถานี  YOBUKO STOP  ลงจากบัสไม่ไกลก็พบกับตัวตลาดแล้ว และเมนูเด็ดของที่นี่คือปลาหมึก อิกะอิคิสึคุริ ที่เป็นปลาหมึกเนื้อสีใส และต้องกินแบบซาซิมิเท่านั้นถึงจะได้รสชาติ

1100201

ใกล้กันนั้นมีแหลมคู่รักยอดฮิต หรือ แหลมฮาโดะ โดยสามารถขึ้นบัสจากตลาดเช้ามาลงที่ HADOMISAKI NATIONAL HOSTEL BUS STOP โดยแหลมฮาโดะนี้เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งของเมืองนี้ที่สวนงามมาก

จากนั้นก็เดินทางกลับมายังสถานีรถไฟคาราสึ เพื่อเดินไปยัง HIKIYAMA EXHIBITION HALL ที่เป็นจุดหมายหลักของการเดินทางมายังซากะ คือการมาชมขบวนรถลากที่ใช้ในเทศกาลคาราสึกุนจินั่นเอง 

photo02

Credit : http://www.asobo-saga.jp/th/special/2016/08.html

2Saga_Karatsu Kunchi festival

Related Posts: