เที่ยวตามเส้นทางรถไฟเจอาร์

IMG_8065

เที่ยวตามเส้นทางรถไฟเจอาร์

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทาง เนื่องจากการคมนาคมที่ทันสมัยและครบครัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเที่ยวกันอย่างล้นหลาม

วันนี้ทางทีมงาน B – BUDDY จึงจะพามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจตามแนวสายรถไฟ JR CENTRAL PASS (TAKAYAMA – HOKURIKU) กันค่ะ

takayama_hokuriku_area_tourist_pass_map

OSAKA

เริ่มต้นด้วยจังหวัดแรกอย่าง โอซาก้า สถานที่ยอดฮิตที่ถ้าพูดชื่อแล้ว ใครๆก็รู้จัก นั่นคือ Universal Studio Japan สวนสนุกชื่อดังของค่ายหนังใหญ่ในอเมริกา โดย Theme ของสวนสนุกแห่งนี้ก็มาจากภาพยนตร์ของ Universal Studio นั่นเองค่ะ โดยเครื่องเล่นยอดฮิตของสวนสนุกแห่งนี้คือ Harry Potter ภาพยนตร์เรื่องโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่เมื่อเข้าไปยังโซนนี้ ก็ราวกับหลุดไปในโลกเวทย์มนต์ของพ่อมดน้อยแฮร์รี่กันเลยทีเดียว 

สวนสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดโอซาก้า โดยการเดินทางไปสวนสนุกไม่ยากเลยซักนิด แค่มีบัตร JR Pass ก็เที่ยวได้อย่างสบายสุดๆ โดย JR ที่เราใช้นี้ นั่งไปลงยังสถานี Universal City ก็ถึงเลยค่ะ 

ƒzƒOƒYƒ~[ƒh‘บ‚ฦƒzƒOƒ[ƒc้_USJ

ปราสาท โอซาก้า 

ปราสาทโอซาก้านี่ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโอซาก้า ถ้าเดินทางมาที่นี่ ก็ต้องไปถ่ายรูปที่ปราสาทโอซาก้าด้วย โดยปราสาทนี้มีทั้งหมด 8 ชั้น ตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินคอนกรีต คูน้ำ และสวนนิชิโนมารุ ซึ่งอยู่ทางป้อมตะวักตก และมีต้นซากุระอยู่มากกว่า 600 ต้น ทำให้ในช่วงเดือนเมษายน ปราสาทโอซาก้าจะเป็นแหล่งชมซากุระที่สวยงามมาก

OSAKA CASTLE-04

Tempozan Harbor Village Ferris Wheel

TEMPOZAN, OSAKA

ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่มีความสูง 112.5 เมตร และเคยได้รับการบันทึกว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนที่สร้างเสร็จใหม่ๆ ในปี 1997 ปัจจุบันชิงช้าแห่งนี้ได้กลายมาเป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น

ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า Tempozan Market Place ทำให้จากท่าเรือเก่ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นแห่งหนึ่งของโอซาก้าเลยทีเดียว

SHINSAIBASHI

ชินไซบาชินั้น นับว่าถือว่าย่านชอปปิ้งที่สำคัญแหล่งหนึ่งในโอซาก้ากันเลยทีเดียว เพราะมีร้านค้าเป็นจำนวนมาก มีตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าหรู ไปจนถึงร้านค้าธรรดามทั่วไปให้นักท่องเที่ยวได้เลือกจับจ่ายกันอย่างสนุก ย่านร้านค้าชินไซบาชิ มีร้านขายเสื้อผ้าและร้านอาหารเรียงกันอยู่เกือบ 200 ร้านค้า

ใกล้ๆกันนั้นจะมีย่านโดทงโบริ ที่มีป้ายโฆษณาดัง กูลิโกะ (Glico) และป้ายรูปปู คานิโดระคุ (Kanidoraku) ที่อยู่ติดกัน เพราะฉะนั้นชินไซบาชิและ โดทงโบริจึงเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวมักมาถ่ายรูปคู่กับป้ายกูลิโกะนั่นเอง

IMG_0196

KYOTO

Fushimi Inari Shrine

ศาลเจ้า ฟูชิมิ อินาริ หรือที่รู้จักกันในชื่อศาลเจ้าจิ้งจอก เป็นศาลเจ้าที่สำคัญของเมืองเกียวโต ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิหรือเสาประตูสีแดงที่เรียงกันอยู่ด้านหลังศาลเจ้าเป็นจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินบนภูเขาอินาริที่มีเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ โดยเทพอินาริจะเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ประชาชนมักมาขอพรให้พืชผลการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ส่วนรูปปั้นจิ้งจอกนั้นมีความเชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของเทพเจ้า

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่นิยมมากในจังหวัดเกียวโต นักท่องเที่ยวมักเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับเสาโทริอิที่เรียงรายอย่างสวยงามและรูปปั้นสุนัขจิ้งจอก รวมถึงตัวศาลเจ้าที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน

Fushimi Inari-taisha in Kyoto, Japan

วัดคิโยะมิซุ (วัดน้ำใส)

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera) เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เนื่องจากมีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่าน จึงเป็นที่มาของชื่อวัดว่า วัดน้ำใส โดยน้ำที่ตกลงมานี้มีอยู่ 3 สายด้วยกัน ให้พรแตกต่างกันไปคือประสบความสำเร็จในการเรียน, อายุยืนยาว และประสบความสำเร็จในด้านความรัก ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวมักจะมาดื่มน้ำแห่งนี้เพื่อให้สมความปรารถนาตามที่ตนเองหวังไว้

นอกจากนี้ยูเนสโกได้บันทึกให้วัดน้ำใสแห่งนี้เป็นมรดกโลก (UNESCO world heritage sites) อีกด้วย สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดน้ำใสก็คืออาคารไม้ขนาดใหญ่ ที่เสาของอาคารสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน และตรงระเบียงของอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตได้อย่างชัดเจน 

Kiyomizu-dera

Kinkakuji Temple

Kinkakuji (Golden Pavilion) is a Zen temple in northern Kyoto whose top two floors are completely covered in gold leaf.

วัดคินคะคุจิ หรือที่รู้จักในชื่อ วัดทอง เพราะวัดแห่งนี้มีอาคารหลักเป็นสีทองเกือบทั้งหลังตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำ ทำให้เกิดเป็นเงาสะท้อนกับพื้นน้ำเบื้องหน้า เป็นภาพที่สวยงาม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สำคัญของเมืองเกียวโต 

ในทีแรก วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นวัด แต่เป็นบ้านพักตากอากาศของไซออนจิ คิซึเนะ ซึ่งต่อมาโชกุนอาชิคางะ โยชิมิซึได้ซื้อบ้านพักนี้ต่อ เมื่อโชกุนเสียชีวิตลงก็ถูกเปลี่ยนเป็นวัดแบบเซนโดยลูกชายของเขา

คนไทยส่วนมากมักจะรู้จักวัดนี้จากการ์ตูนชื่อดังเรื่อง อิคคิวซัง เพราะใช้ฉากในเรื่องเป็นวัดคินคะคุจินั่นเอง และตัวจริงของอิคคิวซังก็เกิดที่กรุงเกียวโต และตัวท่านเป็นราชบุตรของจักรพรรดิโกโคมัตสึ และภรรยาชั้นรองของจักรพรรดิ แต่เกิดปัญหาทางการเมืองทำให้มารดาของท่าน พาท่านหนีออกมา และได้ไปบวชอยู่ที่วัดอังโคะคุจิ เมืองเกียวโต นิกายรินไซเซน ท่านเป็นสามเณรที่ฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบ จึงเป็นต้นแบบของการ์ตูนอิคคิวซัง

Kanazawa 

ปราสาทคานาซาว่า

ปราสาทคานาซาว่าสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยขุนนางตระกูล มาเอเดะ ซึ่งปกครองเขต Hagaหรือในปัจจุบันคือบริเวณ Ishikawa และ Toyama 

ในอดีต ได้เกิดไฟไหม้ปราสาทขึ้นหลายครั้ง ทำให้อาคารบางส่วนเสียหายและพังทลายลง ยกเว้นประตูปราสาทอิชิคาว่า  ภายในปราสาทจะมีอาคารหลักอยู่ 3 อาคาร คือ Hishi Yagura, Hashizume-mon Tsuzuki Yagura และ Gojukken Nagaya ซึ่งทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยมีต้นแบบมาจากอาคารดั้งเดิมก่อนที่จะถูกไฟไหม้

ปราสาทแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นฐานทัพของกองทัพญี่ปุ่นและเคยใช้เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยคานาซาว่า หลังจากที่ได้มีการอนุรักษ์ ได้มีการซ่อมแซมบูรณะใหม่ในปี 1996 เมื่อบูรณะเสร็จ ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมในปี 2001

kanazawa_castle_park_sub1

ย่านฮิกาชิชายะ

หมู่บ้านฮิงาชิชายะ เป็นหนึ่งในหมู่บ้านโรงน้ำชาและแหล่งผลิตชาชายะ ในสมัยเอโดะหมู่บ้านนี้เป็นฮิงาชิชายะเป็นสถานบันเทิงที่ให้ความเพลิดเพลินไปกับการแสดงของเกอิชา ทั้งร้องเพลงและการเต้นรำ

ในปัจจุบัน ภายในหมู่บ้านเปิดบริการโรงน้ำชา 2 แห่ง คือ โรงน้ำชาชิมะและโรงน้ำชาคาอิคาโระ พร้อมกับร้านทองคำเปลวฮาคุซะ เพื่อจำหน่ายทองคำเปลวสินค้าประจำเมืองคานาซาว่า ซึ่งโรงน้ำชาทั้ง 2 แห่งยังคงอนุรักษ์เอาไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้

higasi_chaya_district_sub3

TAKAYAMA

ย่านเมืองเก่า

ย่านเมืองเก่าหรือ ซันมาชิ โดริ  เป็นถนนที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นเมืองเก่าเอาไว้ โดยบ้านเมือง ร้านค้ายังคงความเป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมทั้ง 2 ข้างของถนน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเมืองเก่าของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี และยังมีรถลากแบบเก่าคอยให้บริการนักท่องเที่ยว เพื่อรับชมบรรยากศของเมืองโดยรอบ เมื่อเดินเลย ข้ามสะพานสีแดงไปอีกไม่ไกลจะเป็นที่ว่าการเก่าของเจ้าเมืองทาคายาม่า ที่ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมภายใน โดยทางญี่ปุ่นได้อนุรักษ์ไว้เหมือนอย่างในอดีต

และถ้ามาย่านเมืองเก่าในตอนเช้าๆ จะมีตลาดเช้าอยู่หน้าที่ว่าการเมืองทาคายาม่า โดยชาวบ้านจะนำของมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด หรือเครื่องใช้ต่างๆถภายในครัวเรือน ขอบอกเลยว่าราคาถูกและอร่อยมากจริงๆ

08-takayama-autumn
24-jinya-morning-market

ชิราคาวาโกะ

ชิราวาคาโกะ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ยอดฮิตแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เพราะนักท่องเที่ยวมุ่งหน้ามาเยือนยังชิราคาวาโกะมีเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เนื่องจากที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะนี้ เป็นหมู่บ้านชาวนาเก่าแก่ ที่อนุรักษย์สิ่งก่อสร้างแบบดั้งเดิมอันเป็นมรดกของโลกเอาไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

โดยจุดเด่นของหมู่บ้านนี้คือบ้านทรง กัสโซ ที่แปลว่าการพนมมือ หลังคามีความชันถึง 60 องศาคล้ายกับการพนมมือเข้าหากัน ซึ่งวัสดุในการสร้างบ้านนั้นล้วนนำมาจากธรรมชาติ ใช้ต้นหญ้าที่ปลุกในหมู่บ้านมามุมหลังคา ตัวบ้านจะไม่มีการตอกตะปูใด ๆ และบางหลังก็มีอายุยาวนานกว่า 250 ปี และปัจจุบันนี้ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในหมู่บ้านด้วย ซึ่งบ้านบางหลังก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมด้านใน

และถ้าหากถามว่า หมู่บ้านชิราคาวาโกะควรไปในฤดูไหน ตอบได้เลยว่า สวยทุกฤดู โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม และหน้าหนาวที่หิมะปกคลุม เป็นช่วงที่สวยมากจริงๆค่ะ 

OGIMACHI_Gassyo_25

NAGOYA

ปราสาทนาโงย่า

ปราสาทนาโงย่า(Nagoya Castle) สร้างขึ้นในยุคเริ่มต้นสมัยเอโดะ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวปราสาทส่วนใหญ่ถูกทำลายจนเสียหาย ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งในปี 1959 ภายในปราสาทมีพิพิธภัณฑ์และมีจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของปราสาท 

ตัวปราสาทถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาโกย่า รวมถึงรูปสลักปลาหัวเสือทองคำ คินชะจิ (Kinshachi) ที่อยู่บนปราสาทซึ่งเป็นเครื่องรางป้องกันอัคคีภัย

Nagoya Castle

วัดนิตไตจิ Nittaiji Temple

วัดนิตไทจิ เป็นวัดที่เชื่อมความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น สร้างขึ้นช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2446 เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมมสารีริกธาตุจากเมืองกบิลพัสดุ์ที่ ร. ๕ พระราชทานให้ญี่ปุ่น

เดิมวัดนี้ชือว่าวัดนิตเซนจิ หรือแปลว่า วัดญี่ปุ่น-สยาม ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นวัดนิตไทจีตามชื่อประเทศไทยที่เปลี่ยนจากสยามมาเป็นไทย วัดนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและไทยเอาไว้ด้วยกัน และวัดนี้ยังเป็นวัดเดียวในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ขึ้นกับศาสนาพุทธนิกายใด แต่จะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลปีละ1นิกาย 

05
King-Chulalongkorn-statue

การเที่ยวตามเส้นทางรถไฟ JR CENTRAL PASS (TAKAYAMA – HOKURIKU) เป็นเรื่องที่ง่ายมากเลยใช่ไหมละคะ แต่ละสถานที่ที่เราแนะนำ ถือว่าเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดหากเมื่อเดินทางไปเที่ยวยังเมืองนั้น บางสถานที่อาจไม่มีรถไฟเข้าไปถึง แต่ทางญี่ปุ่นก็มีรถบัสไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว หายห่วงเรื่องการเดินทางแน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะ ♥

Related Posts: