loader image

จันทร์ – ศุกร์: 9:00 – 18:00 

02-676-3663

Smart 1 Day Special ทัวร์ในประเทศ
อยุธยา นอกตำรา กับ อาจารย์เอ๋ ยะสำเร็จ

ไหว้พระทําบุญวัดนอกตํารา

กับ อาจารย์ เอ๋ ยะสําเร็จ
ผู้เชี่ยวชาญการไหว้พระอย่างถูกวิธี
 การันตีเส้นทางนี้ มีเพียงที่นี้ที่เดียวสําหรับ ลูกค้าคนพิเศษ
**พร้อมรับประทานอาหารเย็นบนเรือชมทัศนียภาพยามคํ่าคืนเมืองมรดกโลก**

ราคาเพียง ๑,๕๙๙.-

กำหนดการเดินทาง

ทริปพิเศษ !!! วันเดียวเท่านั้น

วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๓

จํากัดเพียง ๓๕ ที่นั ่ง

07.00  –  คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมายปั้มน้ำมัน ปตท.ถนนวิภาวดี พร้อมรับอาหารเช้าโดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การดูแลต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทุกท่าน

07.30  –  ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถ BUS VIP 39 ที่นั่ง 1 ชั้น (รถใหม่มาตรฐานสากล)

09.00  –  เดินทางถึงจังหวัด อยุธยา หรือ พระนครศรีอยุธยา เมืองหลวงราชธานีเก่าแก่ซึ่งอายุยาวนานกว่า 417 ปีสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นโดยพระรามาธิบดีที่ 1 (สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) เมื่อปี พ.ศ.1893 และถูกทำลายโดยกองทัพพม่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ เมื่อปีพ.ศ.2310 อยุธยามีกษัตริย์ปกครองทั้งหมด 33 พระองค์จาก 5 ราชวงศ์ เข้าชม วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร โบสถ์คริสต์วัดไทยแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเมื่อปี พ.ศ.2421โดยใช้ศิลปะแบบโกธิค(Gothic) โดยเฉพาะพระอุโบสถของวัด ที่เป็นอาคารมีโดมหอคอยปลายแหลมอย่างวิหารในสถาปัตยกรรมตะวันตก บริเวณยอดโดมมีหอนาฬิกาและระฆังชุด เหนือขึ้นไปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาสเป็นประธาน นอกจากนี้บริเวณฐานชุกชีซึ่งที่เป็นประดิษฐานพระประธานมีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์ และวัดแห่งนี้นับเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกเพียงไม่กี่วัดในประเทศไทย สืบเนื่องด้วยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ให้สร้าง และยังถือได้ว่าเป็นวัดประจำราชวังบางปะอิน คล้ายกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวังอีกด้วย

สิ่งที่ห้ามพลาดชมภายในวัด

1.พระพุทธนฤมลธรรโมภาส สร้างโดยสมเด็จพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ องค์เดียวกับที่สร้างพระสยามเทวาธิราช ซึ่งยังนับได้ว่าพระพุทธนฤมลธรรโมภาส เป็นพระพุทธรูปองค์สุดท้ายที่พระองค์ทรงสร้างไว้

2.ภาพประดิษฐ์กระจกสี พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ชิ้นเดียวในโลก ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2527 เคยถูกพายุพัด ตกลงมาแตกซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าที่บริเวณพระพักตร์กลับไม่ได้รับความเสียหาย และได้รับการซ่อมแซมใหม่

3.สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ บิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย เคยผนวชที่วัดนี้และมีสุสานต้นตระกูลท่านอยู่ที่นี้ (สกุลดิสสกุล)

4.พระคันธารราฎร์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางขอฝน ในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดภัยแล้งอย่างหนักทรงมีการให้ทำพิธีขอฝนโดยให้พระสงฆ์ทำพิธีสวดมนต์ล้อมรอบพระคันธารราฐ จากนั้นเพียง 1 ชม.เศษฝนก็ตกลงมา นับว่าจุดนี้เป็นจุดมงคลทิพย์อย่างยิ่ง

5.พิพิธภัณฑ์วัดนิเวศธรรมประวัติ ในส่วนนี้ในอดีตไม่เปิดให้เข้าชมเพราะว่ามีของมีค่าที่อายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปี รวมไปถึงพระพุทธรูปจำลองพระประธาน และกระจกสีพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ที่เคยตกแตกนับเป็นสิ่งที่หาชมได้ยากยิ่ง ซึ่งทางวัดมีการเปิดให้เข้าชมปีนี้เป็นปีแรก

11.30  –  นำทุกท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารก๋วยเตี๋ยวผักหวาน (อิสระอาหารกลางวัน)

12.45  –  นำทุกท่านทำบุญสักการะ ณ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เดิมชื่อวัดทองอยู่ใกล้ป้อมเพชร เชื่อกันว่าสมเด็จพระบรมชนกนาถ(ทองดี) และพระบรมราชชนนี(ดาวเรือง) ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งขุนพินิจอักษรเป็นผู้สร้าง เมื่อครั้งนายด้วง (รัชกาลที่ 1)บุตรชายคนโตอายุครบบวชซึ่งก็อยู่ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยสร้างวัดใกล้บ้าน ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีแทบทุกพระองค์ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ต่อเนื่องกันมาตลอด จนกล่าวได้ว่าวัดสุวรรณารามเป็น “วัดประจำพระบรมมหาราชวงศ์จักรี” ที่คนไทยน้อยคนนักจะทราบ

สิ่งที่ห้ามพลาดชมภายในวัด

1.พระอุโบสถด้านนอกทำแอ่นโค้งดุจเรือ และทวยไม้รับชายคาพระอุโบสถแกะสลักงดงามมาก เป็นศิลปะที่นิยมอย่างแพร่หลายในสมัยอยุทธยาตอนปลาย ซึ่งมีน้อยมากในประเทศไทย

2.ภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวร ในพระวิหารบอกเล่าเรื่องราวครั้นอดีตได้ออกมาอย่างชัดเจน

3.เสมาหินนั่งแท่นเป็นเสมาสูง เป็นการแกะสลักหินเป็นเศียรพญานาคงดงามเป็นของเก่าดังเดิม

**รวมถึงอาจารย์เอ๋ ยะสำเร็จ จะนำทุกท่านทำ พิธีสวดมนต์แก้กรรม อโหสิกรรม เจ้ากรรมนายเวร เสริมบุญบารมีอย่างถูกวิธี ณ ภายในพระอุโบสถหรือพระวิหารของวัด เนื่องด้วยวัดนี้มีความเงียบสงบไม่มีนักท่องเที่ยวมากจนเกินไปเหมาะแก่การทำพิธี

13.30  –  เข้าชม วัดบรมวงศ์อิศรวราราม เดิมนั้นชื่อ “วัดทะเลหญ้า”  เป็นวัดโบราณสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้า พอฤดูฝนน้ำก็ท่วม กาลเวลาผ่านมาก็กลายสภาพเป็นวัดร้างมาเป็นเวลาช้านานจนในสมัยต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงเห็นว่าวัดร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่บริเวณเงียบสงัด เหมาะจะเป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์สามเณร จึงได้ทรงเริ่มปฏิสังขรณ์วัดทะเลหญ้า ทรงบูรณะและสร้างใหม่ทั้งวัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนแล้วเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช 2418 ในรัชกาลที่ 5 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร ซึ่งหากมองแล้วอาจเป็นวัดเล็กๆ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตแต่ด้วยความเงียบสงบของวัด ใกล้ชาวบ้าน และตั้งอยู่ใกล้เพนียดคล้องช้าง รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดวัดนี้มากนับเป็นอีกวัดนึงที่พระองค์ทรงเสด็จมากที่สุดถึง 8 ครั้ง

สิ่งที่ห้ามพลาดชมภายในวัด

1.หลวงพ่อเพชร ในพระอุโบสถพระพุทธรูปประดิษฐานบนบัลลังค์ ในพระมณฑปทรงคล้ายดอกบัววิจิตรงดงามเป็นที่แปลกตา ไม่มีให้เห็นในวัดทั่วไป และเชื่อว่าหากใครได้กราบไหว้จะเป็นผู้มีอำนาจ น่าเกรงขาม

2.พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและมีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 พระมเหสี พระชายา และ พระสหายที่หาชมได้ยาก เป็นจำนวนหลายภาพอยู่ในพระวิหารของวัด

14.30   –  วัดพระเมรุราชิการาม ( วัดหน้าพระเมรุ ) เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าทำลาย และยังคงสภาพที่ดีมากมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งว่าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เจรจาสงบศึก เมื่อมีปีพ.ศ. 2106 และในอีกตอนหนึ่งเมื่อคราวสมเด็จพระเจ้าอะลองพญามาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพ.ศ. 2303 พม่าได้เอาปืนใหญ่มาตั้งที่วัดเมรุราชิการาม กับวัดหัสดาวาส (วัดช้าง) พระเจ้าอะลองพญาทรงบัญชาการและทรงจุดปืนใหญ่เอง ปืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ได้แตกต้องพระองค์บาดเจ็บสาหัสประชวนหนักในวันนั้น พอรุ่งขึ้นพม่าเลิกทัพกลับไปทางเหนือ แต่ยังไม่พ้นแดนเมืองตาก พระเจ้าอะลองพญาก็สิ้นพระชนม์ระหว่างทางชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระประธานของวัด

สิ่งที่ห้ามพลาดชมภายในวัด

1.พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ นิยมเรียกย่อว่า “พระพุทธนิมิต” พระประธานในพระอุโบสถหล่อด้วยทองสำริดลงรักปิดทองปางมารวิชัย ทรงเครื่องพระมหากษัตริย์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ที่สุดองค์หนึ่ง ในประเทศไทยและนับได้ว่าเป็นหลวงพ่อโต 1 ใน 3 พระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดของพระนครศรีอยุธยา

2.พระพุทธคัณฑารราฐ เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ปางประทานปฐมเทศนา ทำด้วยศิลาเขียวเกือบดำ เชิญมาจากวัดในนครปฐมประดิษฐานอยู่ในพระวิหารน้อย ปรากฏในโลกเพียง 6 องค์เท่านั้น

3.พระอุโบสถ มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าพระอุโบสถวัดอื่นๆ ในกรุงศรีอยุธยาแต่ เป็นที่หน้าสนใจว่าไม่มีหน้าต่างห้อง มีแต่ช่องเล็กๆที่เรียกว่า “ช่องมะหวด’’สำหรับระบายอากาศและให้แสงสว่างเข้ามาได้บ้าง การทำช่องมะหวดถือกันได้ว่าเป็นศิลปะยุคอยุธยาโดยแท้

15.30  –  นำทุกท่านขอพรไหว้พระ ณ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ด้วยชื่อวัดว่า วัดกษัตรา อันหมายถึง วัดของพระมหากษัตริย์หรือวัดของพระเจ้าแผ่นดิน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าที่นี่เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์ใดพระองค์หนึ่งทรงสร้างเอาไว้หากไม่ปรากฎนามผู้สร้าง วัดเก่าแก่แห่งนี้ถูกเพลิงไหม้วอดวายเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2310 นับแต่นั้นจึงถูกทิ้งร้างจนได้รับการบูรณะเรื่อยมาในแผ่นดินราชธานีรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (ทองอิน) กรมพระราชบวรสถานภิมุข (กรมพระราชวังหลัง) ได้บูรณะวัดกษัตราขึ้นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดกษัตราธิราช ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุลอิศรางกูร ได้ปฏิสังขรณ์พระอารามเมื่อปีพ.ศ. 2349 และมีพระสงฆ์จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ ในรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

สิ่งที่ห้ามพลาดชมภายในวัด

1.พระพุทธกษัตราธิราช มีการบรูณะลงรักปิดทองเรียกได้ว่างดงามเป็นอย่างมากชาวบ้านมีความเชื่อว่า ผู้ใดอยากขอพรเดี่ยวกับหน้าที่การงาน เหล่าข้าราชการ เจ้าของกิจการ ต้องการเพิ่มยศบารมี มีอำนาจ เป็นที่นับหน้าถือตาให้มากราบขอพรกับพระพุทธกษัตราธิราชแล้วจะสำเร็จผล

2.ร่วมห่มผ้าสมเด็จพระพนรัตน์ พระอาจารย์ในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อธิษฐานให้ได้รับชัยชนะทั้งปวงพระเกจิอาจารย์สำคัญแห่งกรุงศรีอยุธยาในอดีต

16.30  –  ากนั้นทำทุกท่านล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารเย็นบนเรือ เลียบพระนครชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านชมวัด วังโบราณ ครั้นอดีตเคย เจริญรุ่งเรืองดังสมญานาม “เวนิสตะวันออก” กรุงราชธานียาวนานกว่า 417 ปี ในยามค่ำคืนที่ท่านไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อนมีเพียงที่นี้เท่านั้นพระนครศรีอยุธยา

          (หมายเหตุ การลงเรือหรือเส้นทางล่องเรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ)

18.30  –  พาทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

Share this: