loader image

จันทร์ – ศุกร์: 10:00-17:00 

02-676-3663

Smart ทัวร์ในประเทศ | เชียงราย ฟีลกู๊ด 3 วัน 2 คืน
(สายการบิน ไทยสมายล์)

HILIGHT PROGRAM

  • ชมศิลปะสไตล์ล้านนา ที่รังสรรค์ผลงานโดย อ.ถวัลย์ ณ พิพิธภัณฑ์บ้านดา
  • เยี่ยมชมพระตาหนักดอยตุง และสวนแม่ฟ้าหลวง สถานที่ประทับของสมเด็จย่า
  • เยือนวัดห้วยปลากั้ง ชมเจดีย์ 9 ชั้น สักการะเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
  • ชมศิลปะอันวิจิตรงดงาม ณ วัดร่องขุ่น สัญลักษณ์ของเชียงราย โดย อ.เฉลิมชัย

ราคาเพียง 11,290.-

กำหนดการเดินทาง

พฤศจิกายน 2563 – กุมภาพันธ์ 2564

คอนเฟิร์มเดินทาง 6 ท่าน !!

05.30      คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ด้านสัมภาระและบัตรโดยสาร

08.30      นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย โดย สายการบินไทย สมายล์ (THAI SMLIE) เที่ยวบินที่ WE130

10.05      คณะเดินทางถึง สนามบินแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

               นำท่านเดินทางสู่ วัดพระแก้ว เป็นวัดเก่าแก่มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่คู่กับจังหวัดเชียงรายมายาวนาน เดิมชื่อวัดป่าญะ หรือป่าเยียะ เมื่อปี พ.ศ.1977 ฟ้าผ่าองค์พระเจดีย์พบพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองอยู่ภายในจึงนำมาประดิษฐานไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบางแห่งหลุดกะเทาะออกจึงกะเทาะปูนออกทั้งองค์พบพระแก้วมรกต มีพุทธลักษณะงดงามมากเป็นที่เลื่องลือโจษขานกันทั่วไป การค้นพบพระแก้วมรกตในครั้งนั้น ทำให้วัดป่าญะ ได้รับการขนานนามใหม่ว่า วัดพระแก้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระแก้วมรกตได้ประดิษฐานยังสถานที่ต่างๆอีกหลายแห่ง ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ กรุงธนบุรี จนในที่สุดพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรได้ไปประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามกรุงเทพมหานคร เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองแผ่นดินสยามมาจนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนวัดพระแก้วที่จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 แม้ในปัจจุบันจะไม่มีพระแก้วมรกตองค์จริงอยู่ที่นี่ แต่ภายในวัดยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุ เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บข้าวของเครื่องใช้ในสมัยล้านนาไว้นานมาก และมีหอพระหยก ที่สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนาโบราณ เป็นอาคารไม้ ตามจินตนาการของ อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร ภายในมีพระหยกเชียงราย ถูกสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาส สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา และเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าวัดพระแก้วแห่งนี้เป็นสถานที่ค้นพบพระแก้วมรกต

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย          นำท่านเดินเข้าชม วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของจังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองและประกาศความยิ่งใหญ่ต่อคนทั้งโลกเพื่อถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วัดนี้มีความสวยงามโดดเด่นต่างจากวัดอื่นๆ ด้วยฝีมือการออกแบบ และก่อสร้างของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง เพื่อเป็นวัดประจำบ้านเกิด สร้างโดยจินตนาการของอาจารย์ จัดเป็นงานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามน่าแวะชมมากแห่งหนึ่ง อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มีแรงบันดาลใจในการสร้างวัดแห่งนี้อยู่ 3 ประการ คือ เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาจารย์บอกว่าตั้งความปรารถนาที่จะถวายชีวิต ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตนเอง สร้างงานพุทธศิลป์ เพื่อเป็นงานประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้ และจะถวายชีวิตไปจนตายคาวัด” (จากเอกสารของวัดร่องขุ่น) ความงดงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ “โบสถ์” เพราะอาจารย์อยากจะเนรมิตวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ โบสถ์เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้า สีขาว แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาว หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์ และจักรวาล

               จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ สิงห์ปาร์ค หรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม “ไร่บุญรอด” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ ทำให้สามารถเนรมิตที่เที่ยวทางเกษตรมากมายให้ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นไร่ชาอู่หลงขนาดใหญ่ ไร่สตอเบอรี่ ฟาร์มสัตว์ เส้นทางปั่นจักรยาน ร้านกาแฟและร้านเบเกอรี่ ร้านอาหารและอื่น ๆ อีกมากมาย โดยหัวใจหลักของที่นี่คือการมุ่งเน้นทำเกษตรแบบผสมผสาน รักษาสมดุลของธรรมชาติและการอยู่ร่วมกันกับชุมชน โดยไม่ลืมที่จะสร้างความสุขให้กับชุมชนรอบข้างรวมทั้งผู้ที่ได้มาเยือนที่แห่งนี้ มากกว่าการคำนึงถึงผลกำไร แลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้เลยคือ รูปปั้นสิงห์สีทองตัวใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินสนามหญ้าอันเขียวขจี ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำสิงห์ปาร์คเชียงราย หากใครมาที่แห่งนี้จะต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันทุกราย

เย็น          บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

                นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ PHOWADOL RESORT&SPA CHAING RAI HOTEL หรือที่พักระดับเทียบเท่า  

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ หรือบ้านดำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้าน จิตรกรรม ปฏิมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียน และ ด้านปฏิมากรรมหลายชิ้น ลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้านไม้ ศิลปะแบบล้านนา บ้านปูนรูปทรงแปลกตา บ้านเกือบทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” และยังเป็นสีที่ อ. ถวัลย์ โปรดปรานอีกด้วย ในบ้านแต่ละหลังจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควายมากกว่า 100 ชิ้น เขากวาง หนังจระเข้ เปลือกหอยขนาดใหญ่ และยังมีกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกช้าง เป็นต้น ภายในบริเวณบ้านดำมีต้นไม้นานาชนิด บรรยากาศที่ร่มรื่น ซึ่งในบริเวณประกอบไปด้วยบ้านทั้งหมด 36 หลัง แต่ละหลังจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป สามารถเดินเข้าชมในบ้านได้เพียง 2-3 หลัง ส่วนหลังอื่นๆ มองเข้าไปได้จากหน้าประตูเท่านั้น สิ่งของที่สะสมและจัดแสดงภายในบ้านก็จะมีแนวคิดแตกต่างกันออกไป

                นำท่านเดินทางดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมอันงดงามของ พระตำหนักดอยตุง หรือ พระตำหนักสมเด็จย่า ที่ปลูกสร้างขึ้นมาในกลิ่นอายล้านนาผสมผสานกับความเรียบง่าย และรายล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เติมเสน่ห์ให้สถานที่แห่งนี้มีความร่มรื่นและน่ารื่นรมย์ พระตำหนักดอยตุงนั้นเกิดขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้าง “บ้านหลังแรก” ของพระองค์หลังนี้ขึ้นมา เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2530 เพื่อที่จะได้ทรงแปรพระราชฐานมาทรงงานที่นี่ ทั้งนี้พระตำหนักปลูกสร้างอยู่บนเนินเขาที่เผยให้เห็นทิวทัศน์กว้างไกลสุดตา โดยมีลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะแบบล้านนา ที่เป็นบ้านปีกไม้ มีกาแลผสมกับลักษณะบ้านพื้นเมืองของชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่เรียกว่า ชาเลต์ โดยมีไม้แกะสลักเป็นเชิงชายลายเมฆไหลอ่อนช้อย เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้สอยได้อย่างครบครัน นอกจากนี้สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษคือ เพดานดาวที่มีตำแหน่งของดาวเรียงกันเหมือนเช่นในวันพระราชสมภพ

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย          นำท่านเดินทางเข้าชม สวนแม่ฟ้าหลวง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 มีการปลูกดอกไม้หมุนเวียนสลับ ให้ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดสามฤดู ตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทรา-บรมราชชนี ที่ต้องการให้คนไทยที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศ ได้เห็นไม้ดอกเมืองหนาว นอกจากนี้กลางสวนแห่งนี้ มีงานประติมากรรมของศิลปินระดับแนวหน้าของไทย นางมิเซียม ยิบอินซอย โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงพระราชทานชื่อว่า “ความต่อเนื่อง” สื่อถึงการทำงานใดๆ จะสำเร็จได้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และยังมีจัดแต่งสวนหิน ซึ่งประดับด้วย หินภูเขากลมเกลี้ยงขนาดใหญ่ สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำพันธุ์ต่างๆ บัว และสวนปาล์มที่รวบรวมปาล์มไว้มากมาย สถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) บนพื้นที่ราว 30 ไร่ หน้าพระตำหนักดอยตุง ในปีพ.ศ.2536 สวนแม่ฟ้าหลวง ได้รับรางวัล พาตา โกลด์ อวอร์ด ประเภทรางวัลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเอเชีย -แปซิฟิก

                จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ไร่ชาฉุยฟง เป็นสถานที่ปลูกไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ปลูกโค้งวนไปตามไหล่เขา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะถ่ายภาพและชมความงามของไร่ชาแห่งนี้ได้หลายจุด นอกจากท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามและเก็บภาพสวยๆ ของไร่ชาฉุยฟงแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายคนตั้งใจมาเพื่อสิ่งนี้ นั่นคือ คาเฟ่ของไร่ชาฉุยฟงที่มีเครื่องดื่มและเมนูขนมที่ทำมาจากชาเขียวและวัตถุดิบท้องถิ่นมากมาย แต่ที่ฮิตที่สุดใครมาก็ต้องสั่งนั่นก็คือ เครื่องดื่มชาเขียว นั่นเอง กินเครื่องดื่มพร้อมกับชมวิวไร่ชาอันกว้างสุดลูกหูลูกตา รวมทั้งความเขียวขจีของไร่ชานั้นทำให้เรานั่งมองได้แบบเพลินๆ ทั้งวิวและเครื่องดื่ม เป็นสิ่งที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

เย็น           บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

                 นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ PHOWADOL RESORT&SPA CHAING RAI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ วัดห้วยปลากั้ง เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความสวยงามไม่แพ้วัดอื่นๆ ตั้งอยู่บนเขาและมีเนินเขารายรอบวัดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ พบโชคธรรมเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลม ศิลปะจีนผสมล้านนา หลังคาสีแดงมีรูปปั้นมังกรทอดยาวทั้งสองข้างบันได ล้อมรอบด้วยเจดีย์เล็กๆ 12 ราศี วัดห้วยปลากั้งเป็นวัดที่ชาวบ้านนับถือและเชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ ภายในเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระอรหันต์ต่างๆ ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่แกะสลักจากไม้จันทร์หอม

               จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดร่องเสือเต้น  ไฮไลต์ที่สำคัญอยู่ที่พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ที่มีศิลปะที่มีความสวยงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงรายซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และเคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทอง ลวดลายต่างๆ ที่พริ้วไหวนั้นสล่านกได้จากการเรียนรู้จาก อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดยเฉพาะ ประติมากรรมบันไดพญานาคที่ใช้เฉดสีเดียวกันนั้นมีความชดช้อยและลวดลายแตกต่างจากประติมากรรมทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเจน

               นำท่านอิสระ ณ ร้านของฝากนันทวัน ให้ท่านเลือกซื้อกะละแมโบราณและของฝากประจำจังหวัดกลับไปฝาก ญาติสนิท มิตรสหาย

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีนยูนนาน

บ่าย          ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินสนามบินแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

15.05       นำท่านเดินทางกลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการไทย สมายล์ เที่ยวบินที่ WE135

16.35       เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

Share this: