จันทร์ – ศุกร์: 9:00 – 18:00 

02-676-3663

ทัวร์พม่า | มหัศจรรย์ Myanmar ดินแดนมรดกโลก 3วัน 2คืน BY สายการบินบางกอกแอร์เวย์

จุดชมวิวทะเลเจดีย์ สามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ ได้จากจุดชมวิวแห่งนี้

พุกาม เมืองแห่งทะเลเจดีย์พุกาม ประเทศเมียนมา ได้รับการขึ้นทะเบียนและประกาศเป็นมรดกโลกแห่งใหม่

ชมวัดอนันดา เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจนสร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม

วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม

เครื่องเขิน ยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่

ราคาเริ่มต้น

11,900฿

วันเดินทางราคาเริ่มต้น เต็มแล้ว !

03 – 05 เม.ย.04 – 06 เม.ย.13 – 15 เม.ย.01 – 03 พ.ค.
02 – 04 พ.ค.09 – 11 พ.ค.03 – 05 มิ.ย.05 – 07 มิ.ย.
27 – 29 มิ.ย.   
฿

10.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาท์เตอร์ F สายการบินบางกอกแอร์เวย์  Bangkok Airway (PG)

12.15 น. ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน PG 709  ** บริการอาหารบนเครื่อง**

13.40 น. เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองพุกาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์ โดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย

จากนั้น นำท่านชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่ชีวิตที่เรียบง่าย นำท่านชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ จุดชมวิวทะเลเจดีย์  ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ ได้จากจุดชมวิวแห่งนี้

ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชมการเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง

*นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SU TIEN SAN HOTEL หรือเทียบเท่า

07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

เดินทางถึงเมืองพุกาม(Bagan) เมืองแห่งทะเลเจดีย์พุกาม ประเทศเมียนมา ได้รับการขึ้นทะเบียนและประกาศเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ ในการประชุมคัดเลือกแหล่งมรดกโลกครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแอ่งกระทะกลางดินทราย ลงมาทางตอนใต้ของมัณฑะเลย์จะพบว่าเมืองที่อยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งแห่งนี้มีความน่ามหัศจรรย์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของท้องทุ่งแห่งวิหาร เจดีย์ที่มีมากกว่า 4,000 แห่งแล้ว พุกามยังเป็นราชธานีแรกของชนชาติพม่า และมีความยิ่งใหญ่มานานกว่า 200 ปี ก่อนจะถูกรุกรานโดยชาวมองโกลและล่มสลายกลายเป็นเมืองร้างไปในที่สุด

จากนั้น ชมวัดอนันดา(Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจนสร้างเสร็จ

เมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่น

ออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของ

วิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์

พาท่านชม วัดมนุหา(Manuha Temple)ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี

จากนั้น พาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel)สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ เข้าชม วัดติโลมินโล(Htilominlo Temple)สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่งและได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตรยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงามสร้างโดยพระติโลมินโลเมื่อปี พ.ศ.1761ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน(Lacquer Ware)ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิมนมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี(Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา ได้เวลาสมควร  เดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยรถบัสปรับอากาศ(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ  กุ้งแม่น้ำเผา

*นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว ** HOTEL YI LINK MANDALAY หรือเทียบเท่า

04.00 น. นมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า คำว่า มหามัยมุนี แปลว่า “ผู้รู้อันประเสริฐ ด้วยความเชื่อว่าพระพุทธมหามัยมุนีนี้เป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต ด้วยเหตุที่ได้รับประทานพร หรือบางตำนานก็กล่าวว่าได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้าจึงมีประเพณีล้างพระพักตร์ถวายโดยทุกวันตอนเช้าในเวลาประมาณ  04.00 น.จากนั้นกลับโรงแรม

07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

เดินทางเข้าสู่ตัวเมือง อมรปุระ (Amrapura) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็น

ราชธานีเพียง 76 ปี ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกาย ลุ่มแม่นํ้าอิระวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่นํ้า ชมสะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน (Toungthamon) ไปสู่วัดจอกตอจีซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งพุกาม

จากนั้น นำท่านชมการตักบาตรพระสงฆ์ 1,400 รูป ณ วัดมหากันดายงค์ ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวม ในทุกๆวันเวลา 10.30 น.จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มาร่วมชื่นชมการจัดเตรียมตักบาตร ถวายภัตตาหารเพลให้แก่พระสงฆ์ และเณรที่มาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดมหากันดายน ในเมืองมัณฑะเลย์ ที่นี่มีพระสงฆ์ และเณรจำวัดอยู่เกือบ 1,400 รูป

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace)พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่าด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา

จากนั้น นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry)วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง

นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda)ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

ได้เวลาสมควร นำทุกท่านเดินทางกลับสู่สนามบินมัณฑะเลย์

19.15 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 714

** บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **

21.40 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่จองทัวร์พม่าเดินทางช่วงวันหยุดสงกรานต์ตั้งแต่ 12-21 เมษายน 2563

ภัตตาคารชาบูชิ/เป็ดปักกิ่ง+กุ้งมังกร/พระราชวังบุเรงนอง/ตลาดสก๊อตจะปิดให้บริการค่ะ

พระราชวังมัณฑะเลย์/พระราชวังไม้สักชเวนานจอง จะปิดให้บริการ

โดยทางผู้จัดทัวร์จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหารอื่นและสถานที่เที่ยวอื่นที่เปิดให้แทนค่ะ

Share this: