ทะเลเจดีย์พุกาม
Shwezigon Pagoda
The Shwezigon Pagoda
พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม
Golden Palace Monastry
Mandalay Palace
ทะเลเจดีย์พุกาม
Shwezigon Pagoda
The Shwezigon Pagoda
พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม
Golden Palace Monastry
Mandalay Palace

ทัวร์พม่า I มหัศจรรย์ บากัน นั่งบอลลูนชมเมืองพุกาม 3 วัน 2 คืน BY สายการบินแอร์เอเชีย (FD)

Highlight

 เมืองพุกาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์

 พระเจดีย์ชเวสิกอง เป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่

วัดมนุหา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ

 เครื่องเขิน สิ่งของขึ้นชื่อของพุกาม ที่ยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า

  พระมหามัยมุนี สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
18 ต.ค. 6220 ต.ค. 6222,900 ฿download pdf
25 ต.ค. 6227 ต.ค. 6221,900 ฿download pdf
1 พ.ย. 623 พ.ย. 6222,900 ฿download pdf
15 พ.ย. 6217 พ.ย. 6222,900 ฿download pdf
22 พ.ย. 6224 พ.ย. 6222,900 ฿download pdf
29 พ.ย. 621 ธ.ค. 6222,900 ฿download pdf
13 ธ.ค. 6215 ธ.ค. 6222,900 ฿download pdf
20 ธ.ค. 6222 ธ.ค. 6222,900 ฿download pdf
17 ม.ค. 6319 ม.ค. 6323,900 ฿download pdf
31 ม.ค. 632 ก.พ. 6322,900 ฿download pdf
รายละเอียดการจอง
ประเภท ราคา/คน ตั๋วเครื่องบิน คน

จำนวนคนทั้งหมด :      ราคารวม :      บาท
วันที่ 1 กรุงเทพฯ – มัณฑะเลย์ – พุกาม – จุดชมวิวทะเลเจดีย์ – เจดีย์บูพญา – โชว์พื้นเมืองเชิดหุ่นกระบอก
08.30 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ขาออก ชั้น 2 ประตู 1 เคาท์เตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชีย Thai Air Asia (FD) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
11.00 น.    ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน FD 244  ** มีบริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
12.15 น. เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนำท่าเดินทางสู่เมืองพุกามเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์โดยรถบัสปรับอากาศ(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย
  จากนั้น ถึง เมืองพุกาม นำท่าน สักการะ เจดีย์บูพญา (Bupaya Pagoda)ซึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ริมน้ำอิรวดี เจดีย์องค์เล็กๆสีทองอร่าม ทรงแปลกตา เป็นอีกจุดชมวิวที่สงบและสวยงามมาก
นำท่านชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่ชีวิตที่เรียบง่าย
นำท่านชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ จุดชมวิวทะเลเจดีย์  ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ ได้จากจุดชมวิวแห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชมการเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง
  *นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SU TIEN SAN HOTELหรือเทียบเท่า
 
วันที่ 2 นั่งบอลลูนชมทะเลเจดีย์พุกาม – วัดเจดีย์ชเวสิกอง – วัดอนันดา – วัดมนุหา – วัดกุบยางกี – วัดติโลมินโล -วัดสัญพัญญู – วิหารธรรมยันจี – มัณฑะเลย์ – อมรปุระ – สะพานไม้อูเบ็ง   
05.00 น. นำทุกท่านออกเดินทางไปจุดขึ้นชมบอลลูน จากนั้น นำท่านขึ้นบอลลูนชมทัศนียภาพ
  ** หมายเหตุ ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยทำให้ไม่สามารถนั่งบอลลูนได้ ทางบริษัทฯจะคืนเงินค่าบอลลูนให้ท่านละ 250 USD **
07.00 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  จากนั้น นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชม วัดอนันดา (Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาวมองเห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา (Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน (Lacquer Ware)ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่าเช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม
จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่
จากนั้นเข้าชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple)สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตรยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงามสร้างโดยพระติโลมินโลเมื่อปี พ.ศ.1761ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม
ชมวิหารธรรมยันจี (Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา ชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่วิตที่เรียบง่าย
   ได้เวลาสมควรเดินทางเข้าสู่เมืองมัณฑะเลย์
  จากนั้น เดินทางสู่เมือง อมรปุระ ชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอูเสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน ไปสู่ วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาพุกาม
ค่ำ  บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ  กุ้งแม่น้ำเผา
  *นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว **HOTEL YI LINK MANDALAY หรือเทียบเท่า
 
วันที่ 3 มัณฑะเลย์ – พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี – พระราชวังมัณฑะเลย์ – พระราชวังไม้สักชเวนานจอง – วัดกุโสดอ – กรุงเทพฯ
04.00 น. นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน     จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม
07.00 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  นำท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่าด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา
  จากนั้น นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้าสร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานี จากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
  นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda)ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
12.45 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 245
  ** บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง ** 
15.00 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม

month

10-ตุลาคม, 12-ธันวาคม, 11-พฤศจิกายน, 01-มกราคม

บริษัท บริโอ ทราเวล จำกัด

  • 4 อาคารมหธราดล ชั้น 4 ยูนิตเอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-676-3663 (PHONE AUTO)
  • เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 18:00
  • เปิดบริการ เสาร์: 9:00 - 17:00
briotravel-line bbuddy-line