Beautiful Kambawzathardi Golden Palace (Palace of Bayinnaung) in Bago, Myanmar
Shwemawdaw Paya pagoda
Golden rock, Kyaikhtiyo pagoda, Myanmar.They are public domain or treasure of Buddhism, no restrict in copy or use
เจดีย์ไจ๊ปุ่น
Beautiful Kambawzathardi Golden Palace (Palace of Bayinnaung) in Bago, Myanmar
Shwemawdaw Paya pagoda
Golden rock, Kyaikhtiyo pagoda, Myanmar.They are public domain or treasure of Buddhism, no restrict in copy or use
เจดีย์ไจ๊ปุ่น

ทัวร์พม่า I อีซี่ ลัคกี้ อิน เมียนมา 3 วัน 2 คืน BY สายการบินเมียนมาร์แอร์เวย์ (8M)

Highlight

หงสาวดี ในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และมีอายุมากกว่า 400 ปี

 พระราชวังบุเรงนอง สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง

  พระธาตุอินทร์แขวน เจดีย์องค์เล็กๆสูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ 

 เจดีย์ไจ๊ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร

 พระนอนยิ้มหวาน พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

รายละเอียดการจอง
ประเภท ราคา/คน ตั๋วเครื่องบิน คน

จำนวนคนทั้งหมด :      ราคารวม :      บาท
วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – หงสาวดี – พระธาตุมุเตา – พระราชวังบุเรงนอง –  คิ้มปูนแคมป์ – พระธาตุอินทร์แขวน 
07.30 น. คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 6 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ N  ของสายการบิน MYANMAR AIRWAYS (8M) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง
10.40 น.  ออกเดินทางสู่ สนามบินมิงกลาดง เมืองย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ 8M336 ** บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
12.10 น. ถึง สนามบินมิงกลาดง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อย (เวลาท้องถิ่นที่พม่าจะช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหงสาวดีหรือ เมืองพะโค(Bago) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และมีอายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม.
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1) เมนูพิเศษ!! สลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง กุ้งแม่น้ำเผา
จากนั้นนำท่านเข้าชมเจดีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศเมียนมาร์ พระธาตุมุเตา(ShweMawdaw) ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะของพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง377 ฟุต สูงกว่าเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตรที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นด้านล่างแต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
แล้วนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง(Kanbawzathardi Palace) ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประทับของ พระพี่นางสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึกที่เมืองหงสา แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดารและซากที่ขุดค้นพบ
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวนใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถเป็นรถท้องถิ่นซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาดหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางต่อประมาณ 45 นาทีก็จะถึงจุดจอดรถที่ทางขึ้นเขา หลังจากนั้นจะใช้วิธีการเดินเท้าต่อไปเพื่อเข้าโรงแรม(รถทุกคันจะต้องมาจอดที่จุดนี้ และใช้วิธีการเดินเท้าขึ้นไป หากท่านไหนเดินไม่ไหว สามารถจ้างลูกแบกได้ โดยราคาอยู่ที่การต่อรองและระยะทาง)
หลังจากนั้นนำทานสักการะพระธาตุอินทร์แขวน (Kyaikhtiyo Pagoda) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆสูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตกเพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนาพระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวนได้ แต่ต้องเป็นทองคำเปลว 100 % เท่านั้น (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะท่านสุภาพบุรุษ ส่วนท่านสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากท่านสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม(2)
จากนั้นให้ท่านได้พักผ่อนตามอิสระ ท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับท่านสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 21.00 น.  ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งขึ้นไปด้วย เนื่องจากบนพระธาตุอินทร์แขวน จะมีอากาศเย็นกว่าด้านล่าง
 นำท่านเข้าสู่ที่พัก YOE YOE LAY HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 2 พระธาตุอินทร์แขวน – คิ้มปูนแคมป์ – หงสาวดี – วัดไจ้คะวาย – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – ชเวตาเลียว – เจดีย์โบตาทาวน์ (เทพทันใจ เทพกระซิบ) – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง   
04.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ให้ท่านได้อิสระตามอัธยาสัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรยามเช้าสามารถซื้อได้ โดยบริเวณรอบๆพระธาตุอินทร์แขวนจะมีชาวบ้านมาขายเป็นชุด ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 จ๊าดดอกไม้ธูป-เทียน ประมาณ 300-500 จ๊าด สามารถซื้อทำบุญได้ตามอัธยาสัย
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)
06.00 น. อำลาที่พัก นำท่านเดินทางกลับ โดยนั่งรถท้องถิ่นเช่นเดิมเพื่อลงจากพระธาตุอินทร์แขวน เมื่อถึงจุดจอดที่คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำท่านเดินทางกลับหงสาวดี
นำท่าน ตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่วัดไจ้คะวาย (Kyaike Kat Wine) สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก ท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอหรืออาหารแห้งไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้หรือจะบริจาคปัจจัย (ควรเตรียมแลกเงินจ๊าดไว้สำหรับทำบุญ) หรือทำบุญข้าวสารก็ได้เช่นเดียวกัน
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น(Kyaikpun Pagoda) สร้างขึ้นในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า(หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ ตามตำนานเล่ากันว่า ที่แห่งนี้ สร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้คำสัตย์สาบานว่าจะไม่แต่งงานจนชั่วชีวิต แต่ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์ที่น้องสร้างนั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที
แล้วนำท่านนมัสการ พระนอนยิ้มหวาน(Shwetharlyaung) พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ สร้างในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า องค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตรถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้ง แต่ก็งดงามกว่าโดยพระบาทจะวางเหลื่อมพระบาท ซึ่งจะเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทย
กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4) เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา ท่านละ 1 ตัว
นำท่านชม เจดีย์โบตาทาวน์ (Botataung Pagoda)สร้างขึ้นโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยเจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุ พระบรมธาตุ2 องค์ พระพุทธรูปทอง เงิน สำริดกว่า700 องค์ จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ที่เป็นต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์
แล้วนำท่านเข้าสักการะขอพร นัตโบโบยี หรือพระเทพทันใจเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) ให้เอาดอกไม้ ผลไม้โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ จากนั้นก็ให้เอาเงินบาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย) ไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยีไหว้ขอพรแล้วดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เป็นขวัญถุง อีกหนึ่งใบให้หยอดตู้ทำบุญ
เสร็จแล้วนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนนเพื่อสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะโดยตามตำนานเล่าว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงรักษาศีล และไม่ทานเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว วิธีการสักการะเทพกระซิบ (อะมาดอว์เมี๊ยะ) ให้บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ เมื่อบูชาเสร็จแล้วให้ไปป้องปากกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูท่านถึงเรื่องที่เราจะขอพรโดยห้ามให้คนอื่นได้ยินเรื่องที่เราขอโดยเด็ดขาด
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมและนมัสการ มหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwe Dagon Pagoda)พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศเมียนมาร์อายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองย่างกุ้งสถานที่แห่งนี้มีลานอธิฐาน เป็นจุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและเป็นสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์ ท่านสามารถชมความงามของวิหารสี่ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาท ซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น พร้อมชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ภายหลังชาวเมียนมาร์ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีชาวเมียนมาร์ถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการจากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (4) เมนูพิเศษ!! ชาบูชาบูชิ
 นำท่านเข้าสู่ที่พัก LOTTE HOTEL ระดับ 5 ดาว (โรงแรมใหม่สุดหรูในเครือเกาหลี)
วันที่ 3 ย่างกุ้ง – พระนอนตาหวาน – ตลาดสก็อต – ปางช้างเผือก –  พระหินอ่อน – สนามบิน – กรุงเทพ
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (5)
นำท่านเดินทางสักการะ พระนอนตาหวาน(ChuThatGyi) นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีดวงตาสวยที่สุดมีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ตลาดโบโจ๊ก อองซาน (Scott Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวเมียนมาร์ สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่เมียนมาร์ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น  **หากซื้อสิ้นค้าที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ** (หากวันที่เดินทางเกิดเหตุให้ไม่สามารถเที่ยวชมตลาดได้ ขออนุญาตปรับเปลี่ยนโปรแกรมไปชมห้างตรงข้ามแทน)
กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (6)
นำท่านชม ปางช้างเผือก (Elephant Camp) ซึ่งในประเทศไทยไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน แต่ที่ประเทศพม่าป่าเขายังมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง ทำให้สามารถพบช้างเผือกได้ชมได้เห็นกันอยู่และช้างเผือกนั้นตรงตาม คชลักษณะ 5 ประการ คือ 1. งาอุ้มบาตร 2. ผิวเปลือกมะนาว 3. หลังโค้งเหมือนคันธนู 4. หางเป็นผู่5. เล็บขาว แล้วนำท่านเข้าชม วัดพระหินอ่อน (White Marble) เป็นพระที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียว โดยใช้ช่างผีมือที่ดีที่สุดของประเทศพม่า ปัจจุบันชาวเมืองย่างกุ้ง นิยมมากราบขอพรกันมากมาย
14.30 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมิงกาลาดง
16.30 น.  ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน MYANMAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ 8M331 ** บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
18.15 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

บริษัท บริโอ ทราเวล จำกัด

  • 4 อาคารมหธราดล ชั้น 1 ยูนิตเอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-676-3663 (PHONE AUTO)
  • เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 18:00
  • เปิดบริการ เสาร์: 9:00 - 17:00
briotravel-line bbuddy-line