อาบูดาบี
น้ำพุแห่ง ดูไบ
บุรจญ์อัลอาหรับ ชายหาดจูเมราห์
แอตแลนทิสเดอะปาล์ม
อาบูดาบี
น้ำพุแห่ง ดูไบ
บุรจญ์อัลอาหรับ ชายหาดจูเมราห์
แอตแลนทิสเดอะปาล์ม

ทัวร์ยุโรป l มหัศจรรย์ ดูไบ Abu Dhabi ไปครั้งเดียว เที่ยวให้สุด 5 วัน 3 คืน By สายการบินเอมิเรตส์ (EK)

Highlight

ดูไบมอลล์ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่มหึมาซึ่งเป็นที่รวมของร้านค้ามากกว่า1,200 ร้าน

BurjKhalifa  ตึกที่สูงที่สุดในโลก

เอทิฮัดทาวเวอร์ กลุ่มอาคารที่ใช้ในการถ่ายทำฉาก‘จัมป์รถ’ ข้ามตึกของโดมินิกทอเรตโต ในหนังเรื่องFurious 7

น้ำพุแห่งดู หรือน้ำพุเต้นระบำ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเบิร์จคาลิฟา ทะเลสาบที่เป็นศูนย์กลางของเมืองดูไบ

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
5 ก.ย. 629 ก.ย. 6228,900 ฿download pdf
20 ก.ย. 6224 ก.ย. 6229,900 ฿download pdf
รายละเอียดการจอง
ประเภท ราคา/คน ตั๋วเครื่องบิน คน

จำนวนคนทั้งหมด :      ราคารวม :      บาท
วันที่ 1 กรุงเทพ • สุวรรณภูมิ • สนามบินนานาชาติดูไบ
06.30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชั้น 4 ประตู 8 Row T เคาท์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์
  Emirate Airline (EK)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
09.55 น. ออกเดินทางสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นครดูไบ โดยเที่ยวบิน EK 375
  บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง(ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 10 นาที+)
13.00 น. ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง)ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศหนึ่งในตะวันออกกลางตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ริมอ่าวเปอร์เซียประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนคร 7 รัฐได้แก่อาบูดาบีอัจมานดูไบฟูไจราห์ราสอัลไคมาห์ชาร์จาห์และอุมม์อัลไกไวน์ นำท่านเดินทางสู่ นครดูไบเป็นนครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เมืองดูไบถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งบนโลก และมีอัตราการเจริญเติบโตของเมืองสูงมาก
   จากนั้น บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  เดินทางสู่ ดูไบมอลล์(Dubai Mall)ตั้งอยู่ที่ด้านล่างของ BurjKhalifaณ ใจกลางของตัวเมืองดูไบคือศูนย์การค้าขนาดใหญ่มหึมาซึ่งเป็นที่รวมของร้านค้ามากกว่า1,200 ร้านร้านอาหารและร้านกาแฟมากกว่า200 แห่งและตลาดขายทองในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกสิ่งที่น่าสนใจด้านสันทนาการประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่รวมค่าเข้าชม)ลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดกีฬาโอลิมปิกสวนสนุกในร่มและโรงภาพยนตร์22 จอสถานที่อันดึงดูดใจเหล่านี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่มากกว่า5.9 ล้านตารางฟุต (550,000 ตารางเมตร) บนอาคารสี่ชั้น
   (อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย)
  ที่พัก โรงแรม Cassells Al Barsha Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
 
วันที่ 2 ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์•อาบูดาบี • ถ่ายรูปกับรถ Ferrari•Grand Mosque•Heritage Village • ถ่ายรูปพาโนรามาวิว 360 องศา • เอทิฮัดทาวเวอร์ • ชมน้ำพุเต้นระบำแห่งดูไบ 
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม
  จากนั้น สุดพิเศษ!!นำท่านเดินทางสู่ชั้นที่ 124 ของตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BurjKhalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลก(รวมค่าบัตรขึ้นตึกชั้นที่ 124)หรือเดิมชื่อบุรจญ์ดูไบBurj Dubai ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่2ธันวาคมพ.ศ. 2552และเปิดให้ใช้ได้อย่างเป็นทางการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์มีที่ตั้งณ “ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่1” ของถนนชิคซาเยดและถนนโดฮาเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงประมาณ828เมตรและเมื่อวันที่22กรกฎาคมพ.ศ.2550ตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง546เมตรแซงตึกไทเป101เรียบร้อย (สูงกว่าตึกไทเป101ประมาณ97เมตรและสูงกว่าอาคารใบหยก2 218เมตร)
  เดินทางสู่ อาบูดาบี(Abu Dhabi)จากดูไบใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาบูดาบีตั้งอยู่บนเกาะรูปตัวทีที่ยื่นเข้าไปในอ่าวเปอร์เซียเมืองครอบคลุมพื้นที่ 67,340 ตารางกิโลเมตร (26,000 ตารางไมล์)และมีประชากรราว 860,000คนในปีค.ศ. 2007 อาบูดาบีถือเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดอันดับ 3 ในภูมิภาคและอันดับ 26 ของโลก
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  ถ่ายรูปกับรถ Ferrari ณ บริเวณด้านหน้า เฟอร์รารี่เวิลด์Ferrari World theme park(ไม่รวมค่าเข้าชมประมาณ 70USD/ท่าน) เป็นสวนสนุกในร่มแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลกออกแบบมาได้อย่างโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์เฟอร์รารี่ขนาดใหญ่บนหลังคาสีแดงสดส่วนโค้งเว้าของหลังคาได้แรงบันดาลใจจากFerrari GT body มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด200,000 ตารางเมตรมีพื้นที่ในร่มให้ผู้เข้าชมได้86,000 ตารางเมตรขนาดใหญ่พอๆกับ7 สนามฟุตบอลเลยทีเดียวจุดประสงค์ที่สร้างขึ้นก็เพื่อระลึกถึงผู้ผลิตรถยนต์เฟอร์รารี่ขวัญใจคนทั่วโลก
  นำท่านชม มัสยิดSHEIKH ZAYED BIN SULTAN AL NAHYAN GRAND MOSQUEมัสยิดที่สวยที่สุดในโลกเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทุกคน ทันทีที่เดินเข้าสู่มัสยิดชิคชาเญด สิ่งที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นสีขาวสะอาดตาของมัสยิดแห่งนี้ มัสยิดชิคชาเญด ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 10 ปี โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1996 และเสร็จในปี 2007 โดยระดมช่างฝีมือมากกว่า 3,000 คนจากทั่วโลกมาร่วมสรรสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงามแห่งนี้ วัสดุที่ใช้ในการสร้างมีตั้งแต่หินอ่อน เซรามิก คริสตัล และทองคำถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากับวัฒนธรรมของศาสนาอิสลามได้อย่างลงตัว ความสำคัญของมัสยิดแห่งนี้นอกจากจะเป็นที่รองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ถึง 40,000 คนแล้ว ยังเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มากที่สุดเป็นอันดับที่ 25 ของโลกด้วยไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ การเข้าชม โคมไฟแชนเดอร์เลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำจากทองคำและทองแดง นำเข้าจากประเทศเยอรมนีและ พรมผืนใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทอเป็นผืนเดียวไม่มีรอยต่อ ขนาด 5,627 ตารางเมตรนอกจากเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวและประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว มัสยิดชิคชาเญด ยังเป็นสุสานฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyanอดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้สร้างมัสยิดแห่งนี้ไว้ก่อนจะสวรรคตด้วย
  ***การแต่งกาย*** สำคัญมากและกรุณาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
  ผู้ชาย : ต้องแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว
  ผู้หญิง :ห้ามใส่เสื้อผ้ารัดรูป เสื้อและกางเกงห้ามแนบเนื้อเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และต้องเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะด้วย
  เดินทางสู่ Heritage Village (Heritage Village)จัดแสดงวิถีชีวิตอาหรับของUAE ถูกทำซ้ำในสมัยโบราณนี่เป็นรูปแบบดั้งเดิมของการฟื้นฟูบูรณะอดีตอาหรับสำหรับประเทศอาหรับที่นี่แสดงให้เห็นชีวิตในสมัยโบราณไม่เพียงแต่ของเอมิเรตของอาบูดาบีแต่ของเขตภูมิอากาศทั้งหมดของประเทศที่นี่ในบางพื้นที่คุณสามารถมองเห็นวิถีชีวิตของชาวโอเอซิสชายฝั่งทะเลผู้สร้างมรดกหมู่บ้านแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบเก่าแก่ของทั้งประเทศไม่ใช่แค่ภูมิภาคเดียวเท่านั้นแวะถ่ายรูปกับตึก
  *** นำท่านถ่ายรูปสุดชิควิววพาโนรามา 360 องศา  จุดเช็คอินยอดนิยมและจุดที่ถือว่าเป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยอีกแห่งหนึ่งของเมืองอาบูดาบี ***
  เอทิฮัดทาวเวอร์(Etihad Tower)คือกลุ่มอาคารที่ใช้ในการถ่ายทำฉาก‘จัมป์รถ’ ข้ามตึกของโดมินิกทอเรตโต (รับบทโดยวินดีเซล) ในหนังเรื่องFurious 7ที่ผสมผสานทั้งความสวยงามยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมเข้ากับวีรกรรมสุดห่ามที่ไม่มีมนุษย์ปกติคนใครนึกอยากทำเป็นต้นแบบของความหรูหราและงดงามท่ามกลางบรรดาตึกระฟ้าในอาบูดาบีตัวอาคารสำนักงานสร้างจากหินอ่อนและประกอบไปด้วยการตกแต่งรายละเอียดอย่างใส่ใจและระบบไฟที่ทันสมัยทั่วทั้งอาคารตั้งแต่ทางเข้าอาคารผู้ที่แวะเวียนมาที่เอทิฮัดทาวเวอร์จะต้องประทับใจกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมชั้นหนึ่งที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความสวยงามทันสมัยจากนั้น
  เดินทางกลับดูไบใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  นำท่านชม น้ำพุแห่งดูไบ(Dubai Fountain) หรือ น้ำพุเต้นระบำ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเบิร์จคาลิฟา ทะเลสาบที่เป็นศูนย์กลางของเมืองดูไบ ถูกรายล้อมไปด้วยตึกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ดูไบมอลล์เบิร์จคาลิฟา หรือ หอคอยคาลิฟา เดิมชื่อ เบิร์จดูไบ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ มีที่ตั้ง ณ “ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่ 1” ของถนนชิค ซาเยด และถนนโดฮา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากน้ำพุแห่ง ดูไบ นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง ของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ของ ดูไบ โดยน้ำพุนั้น มีความยาว 900 ฟุต หรือ 275 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2 สนาม สามารถพ่นน้ำได้ครั้งละ 22,000 แกลลอน (83,000 ลิตร) และความสูงของการพ่นน้ำในแต่ละครั้งนั้นสูง ประมาณ 240 ฟุต หรือเทียบเท่ากับตึกสูงประมาณ 50 ชั้นสิ่งพิเศษของน้ำพุแห่ง ดูไบ จะใช้ไฟทั้งสิ้น 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงประกอบดนตรีครั้งละ ประมาณ 5 นาที โดยน้ำพุแห่ง ดูไบ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 7.2 พันล้านบาท
ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  ที่พักโรงแรม Cassells Al Barsha Hotelหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
 
วันที่ 3  พระราชวังชีค• สุเหร่าจูไมร่าห์•ชายหาดจูเมราห์•บุรจญ์อัลอาหรับ •ขึ้นรถไฟ Monorail • หมู่เกาะต้นปาล์ม•โรงแรมแอตแลนทิส•นั่งรถลิมูซีนชมเมือง•ทะเลทรายอาหรับ•โชว์ระบำหน้าท้อง
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม
  จากนั้น แวะถ่ายรูปกับ พระราชวังชีค(Shiekh Palace)พระราชวังสุดอลังการของท่านชีคแห่งนครดูไบ ตกแต่งด้วยสิ่งของล้ำค่า ประดับสวนปลูกต้นไม้อย่างร่มรื่นถ่ายรูปกับสุเหร่าจูไมร่าห์(Jumeirah Mosqe)สถานที่แสดงความศรัทธาและศึกษาศาสนาอิสลามสุเหร่าหินอ่อนสีขาวนวลสะอาดตามีงานสถาปัตยกรรมที่ทั้งสวยงามและทันสมัยและได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้
  เดินทางสู่ ชายหาดจูเมราห์(Jumeirah Beach)ถ่ายรูปกับตึก บุรจญ์อัลอาหรับ(Burj al-Arab)เป็นโรงแรมที่หรูหราในนครรัฐดูไบเรียกได้ว่าเป็นโรแรมระดับ 7 ดาว สุดหรู มีความสูง 321 เมตรหรือ 1,050 ฟุตและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดอันดับที่ 4 ของโลกและมีความสูงเป็นอันดับที่ 57 ของโลกตึกบุรจญ์อัลอาหรับตั้งอยู่บนเกาะเทียมที่ถูกถมขึ้นห่างจากชายฝั่งจูไมราบีช 280 เมตรและเชื่อมต่อด้วยสะพานที่มีลักษณะโค้งตึกบุรจญ์อัลอาหรับมีลักษณะโครงสร้างการออกแบบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบและตัวอาคารเลียนแบบมาจากใบของเรือใบ
  จากนั้น ขึ้นรถไฟMonorailจากปลายต้นปาล์มถึงยอดของต้นปาล์มสู่ หมู่เกาะต้นปาล์มเป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซียในดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์มและล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลมโดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัยและรีสอร์ทการพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศแวะชมโรงแรม แอตแลนทิสเดอะปาล์ม(Atlantis The Palm)คือนิยามใหม่ของรีสอร์ทที่เป็นจุดหมายปลายทาง ด้วยสถานที่ตั้งบนเกาะปาล์มที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่พักแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของดูไบอย่างรวดเร็ว และเป็นหนึ่งในจุดสังเกตที่ ‘ต้องชม’ ของเมือง
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  หลังรับประทานอาหารให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุดExclusiveนำท่านนั่งรถลิมูซีนLimousine carชมเมืองดูไบ ที่พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่หรูหราเป็นรถสำหรับขับในเมืองอันดีเลิศและภูมิฐานหากคุณต้องการเดินทางแบบมีสไตล์และหรูหราอย่างแท้จริงนี่คือสิ่งที่สามารถตอบโจทย์คุณได้
  นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเตรียมตัวแต่งกายไปทะเลทราย
  *การไปทัวร์ทะเลทราย ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจ หรือโรคความดัน ถ้าเมารถกรุณาแจ้งกับทางทัวร์ให้รับทราบ และทานยาแก้เมาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง กรุณาเตรียมแว่นตากันแดด ,ผ้าคลุมผม , หมวก และรองเท้าแตะจะสะดวกที่สุด หากไม่เดินทางไปร่วมกิกรรมทางบริษัทขอสงวนสิทธ์การคืนค่าทัวร์***
  จากนั้น นำท่านตะลุยทะเลทรายด้วยรถ4WDขับเคลื่อน 4 ล้อ 1 คัน/6 ท่านโดยรับท่านจากโรงแรมสู่ทะเลทรายอาหรับ(Arabian Desert)แห่งนี้เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ4 (รองจาก1. Antarctic Desert / 2.Arctic Desert / 3. Sahara Desert) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของหลายประเทศในกลุ่มคาบสมุทรอาหรับเช่น จอร์แดนอิรักคูเวตกาตาร์โอมานเยเมนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ2,300,000 ตารางกิโลเมตรซึ่งถ้าเทียบกับประเทศไทยที่มีพื้นที่ประมาณ500,000 ตารางกิโลเมตรสนุกสนานกับการนั่งรถตะลุยทะเลทราย SAND DUNE พร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม   ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป (Sand Dune)
  นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย(Dune Safari & BBQ Dinner) 
  บริการอาหารเย็น ณ แคมป์กลางทะเลทราย กับเมนูบาร์บีคิว (ไก่,เนื้อแกะ,เนื้อวัว) ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับบรรยากาศ ที่แสน
  โรแมนติกในแบบฉบับของชาวพื้นเมือง พร้อมชมการแสดงโชว์ต่างๆอาทิเช่น ระบำหน้าท้อง Belly Dance
  ฟรี!!!Henna Tattooการเพ้นท์ลวดลายแบบฉบับชาวอาหรับ /ทดลองเครื่องสูบบารากู่พื้นเมืองของชาวอาหรับ ชิมชา กาแฟ สไตล์อาหรับ ผลไม้ตามฤดูกาล /กิจกรรมขี่อูฐ
22.00 น.  นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
  ที่พัก โรงแรม Cassells Al Barsha Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
 
วันที่ 4 พิพิธภัณฑ์ดูไบ•นั่งเรือAbraข้ามฟาก •ตลาดเครื่องเทศ • ตลาดทอง•ดูไบเฟรม • เอมิเรตส์มอลล์ • สนามบินดูไบ
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม
  จากนั้น ชม พิพิธภัณฑ์ดูไบ(Dubai Museum)ที่อยู่ในป้องปราการเก่าแก่อัลฟาฮิดิ(Al Fahidi Fort)ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้ทำความรู้จักดูไบอย่างลึกซึ้ง ท่านจะได้รู้ถึงบทสรุปของดูไบแบบย่อประวัติศาสตร์ทั้งหมดมาให้ชมแล้วเชื่อหรือไม่ว่าดูไบมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกๆ 10 ปี
  จากนั้น นั่งเรือAbraข้ามฟากที่Dubai Creekคือเวิ้งน้ำทะเลธรรมชาติจากอ่าวเปอร์เซียที่แบ่งเมืองออกเป็นสองส่วน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือคือ Deira Dubai และทางด้านตะวันตกเฉียงใต้คือ Bur Dubai ทางน้ำแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของดูไบ โดยเริ่มแรกคือช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การค้ากับอินเดียและแอฟริกา และเป็นท่าเรือที่ปลอดภัยสำหรับเรือค้าขายตลาดเครื่องเทศและตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก(Spice Souk and Gold Souk)หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวดูไบที่ต้องไปสำรวจ ตลาดที่นี่เขาเรียกกันว่าซุค (Souk) ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือในอดีตเป็นที่ขนถ่ายสินค้าที่รวบรวมเครื่องเทศนานาชนิด ที่นำเข้ามาจากนานาประเทศ และทองคำที่ตั้งอยู่สองข้างทางนั้นสุกอร่ามละลานตามาก หากคุณเป็นคนนิยมเครื่องเพชรทองสไตล์อาหรับ รับรองว่าเดินตลาดทองดูไบที่นี่ไม่มีผิดหวังชัวร์
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  ถ่ายรูปกับ‘ดูไบ เฟรม’คือสถาปัตยกรรมหน้าตาคล้าย ‘กรอบรูป’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำท่านถ่ายรูปหน้าตึก(ไม่รวมค่าขึ้นตึก)ผ่านกระบวนการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยเม็ดเงินกว่า 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท คอนเซปต์ง่ายๆ ของ ‘ดูไบ เฟรม’ คือการแสดงภาพให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมของดูไบ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะที่ตั้งของดูไบ เฟรม นั้นตั้งอยู่บริเวณเขตแบ่งระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่อย่างพอดิบพอดี
  นำท่านอิสระชอปปิ้งที่ เอมิเรตส์มอลล์(Mall of the Emirates)เป็นห้างขนาดใหญ่ มีร้านค้ามากมาย รวมถึงร้านต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในดูไบ และ Borders, Debenhams, Zara และแม้แต่ Harvey Nichols สินค้าแบรนด์ดังอย่าง H&M และ Phat Farm สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Via Rodeo ที่เต็มไปด้วย Versace, D&G, Ferragamoและอื่นๆ Mall of the Emirates มีร้านอาหารให้คุณเลือกจนแทบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว ซึ่งมีเมนูอาหารนานาชาติให้เลือกมากมาย The Butcher’s Shop รวมอาหารสุดยอดที่นำเข้าจากแอฟริกาใต้ ที่ที่คุณต้องแวะทาน biltong (เนื้อตากแห้ง) หรือสเต็กรสเลิศอาหารจีน อาหารไทย
ค่ำ   อิสระอาหารค่ำ ที่ เอมิเรตส์มอลล์
  สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ สนามบินดูไบ
22.35 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ  โดยสายการบินเอมิเรตส์Emirate Airline (EK)เที่ยวบินที่  EK374
 
วันที่ 5 กรุงเทพ
07.35 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ข้อมูลเพิ่มเติม

month

09-กันยายน

บริษัท บริโอ ทราเวล จำกัด

  • 4 อาคารมหธราดล ชั้น 1 ยูนิตเอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-676-3663 (PHONE AUTO)
  • เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 18:00
  • เปิดบริการ เสาร์: 9:00 - 17:00
briotravel-line bbuddy-line