บลูมอสก์
Belly Dance
ปามมุคคาเล
เมืองโบราณเอฟฟิซุส Ephesus
บลูมอสก์
Belly Dance
ปามมุคคาเล
เมืองโบราณเอฟฟิซุส Ephesus

ทัวร์ยุโรป l มหัศจรรย์ ตุรกี บินตรงสู่อิสตันบลู + บินภายใน 2 ขา 8 วัน 5 คืน By สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (TK)

Highlight

 Cappadocia เป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว

หุบเขานกพิราบ สำรวจภูมิประเทศแปลกประหลาดนี้ เรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านถ้ำที่แกะเข้าไปในหินเหล่านี้

นครใต้ดินไคมัคลึ เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม

 Belly Dance การเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปีในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียน

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

 

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
9 ต.ค. 6216 ต.ค. 6239,900 ฿download pdf
22 พ.ย. 6229 พ.ย. 6239,900 ฿download pdf
รายละเอียดการจอง
ประเภท ราคา/คน ตั๋วเครื่องบิน คน

จำนวนคนทั้งหมด :      ราคารวม :      บาท
Product Tags: คอนย่าจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ดชมโรงงานผลิต พรมทอมือชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ตลาดแกรนด์บาซาร์ทัวร์ยุโรปทัวร์ยุโรป 2019ทัวร์หยุดยาวท่าอากาศยานอัดนัน เมรเดเรสท่าอากาศยานอิสตันบูลนครใต้ดินไคมัคลึบลูมอสก์บ้านท้องถิ่นของชาวคัปปาโดเกียบ้านพระแม่มารีปราสาทปุยฝ้ายปามุคคาเลพระราชวังทอปกาปึพระราชวังโดลมาบาห์เช่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเมพิพิธภัณฑ์เมฟลาน่าล่องเรือช่องแคบบอสพอรัสสถานีคาราวานสไปซ์มาเก็ตหุบเขานกพิราบอิสตันบูลอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตันฮายาโซฟียเมืองคอนย่าเมืองคัปปาโดเกียเมืองโบราณเอฟฟิซุสโชว์ระบำหน้าท้องโรงงานผลิตเสื้อหนังไร่สตอเบอรี่
วันที่ 1 กรุงเทพ • ตุรกี 
19.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุววรณภูมิเคาท์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เคาท์เตอร์ U ประตู 9
  Turkish Airlines (TK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
23.00 น. ออกเดินทาง (บินตรง) สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK69
 
วันที่ 2 สนามบินอิสตันบูล • สนามบินเนฟเซไฮร์(บินภายใน) • เมืองคัปปาโดเกีย • พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม • หุบเขานกพิราบ • บ้านท้องถิ่นของชาวคัปปาโดเกีย • ชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ • ชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง” 
05.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี เตรียมตัวเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินภายในประเทศ
06.35 น.  ออกเดินทางสู่สนามบินเนฟเซไฮร์(NevşehirKapadokya Airport)โดยเที่ยวบินที่ TK2006
07.50 น. เดินทางถึงเมืองเนฟเซไฮร์ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ (เวลาท้องถิ่นที่ตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)
  เดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย(Cappadocia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ แปลว่า“ดินแดนม้าพันธุ์ดี”  ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว (ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว) ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา   จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย(คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ที่ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
  จากนั้น ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum)เป็นสถานที่ที่มีความงดงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 1984 สร้างโดยชาวคริสต์ที่หลบหนีการเข่นฆ่าคนต่างศาสนาของทหารออตโตมัน และสร้างโบสถ์ไว้มากกว่า 30 แห่ง จนกลายเป็นศูนย์กลางสำนักสงฆ์เมื่อราวปี 300-1200 ภายในมีภาพวาดเฟรสโกบนผนังและเพดานภายในถ้ำที่ถูกวาดไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ช่างงดงามตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  จากนั้น หุบเขานกพิราบ Pigeon Valley ได้ชื่อนี้มาจากบ้านนกพิราบที่สลักเข้าไปในหิน นกชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารที่สำคัญสำหรับผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในแถบนี้ และยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย ผู้มาเยือนบางคนเลือกที่จะสำรวจภูมิประเทศแปลกประหลาดนี้ เรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านถ้ำที่แกะเข้าไปในหินเหล่านี้ ที่นี่แตกต่างจากชุมชนถ้ำส่วนใหญ่ในแคปพาโดเชียตรงที่หุบเขา Pigeon Valley ไม่มีโบสถ์
  ชม บ้านท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในถ้ำของชาวคัปปาโดเกีย (Local cave house) เจ้าของบ้านจะชงชาแอปเปิ้ลร้อนๆรสกลมกล่อมมาให้ดื่มดับกระหาย แถมด้วยรอยยิ้มและน้ำมิตรที่สร้างความประทับใจให้กับอาคันตุกะแดนไกลอย่างผมได้มากโข ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนพื้นเมืองอย่างแท้จริง ชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ อิสระเชิญท่านเลือกชมสินค้าตามอัธยาศัย
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  จากนั้น ชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง”Belly Dance เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปีในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบันและการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
  ที่พัก พักโรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ 1 คืน ALFINA CAVE HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกันมาตรฐานตุรกี
  ** ในกรณีโรงแรมสไตล์ถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ใช้โรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกันแทน**
 
วันที่ 3 นครใต้ดินไคมัคลึ • ชมโรงงานผลิต พรมทอมือ •  เมืองคอนย่า • สถานีคาราวาน • พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า
05.00 น. นำท่านเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศเมืองคัปปาโดเกียยามเช้า โดยการขึ้นบอลลูน โดยท่านจะเห็นวิวทั่วเมืองคัปปาโดเกีย โดยจะนั่งบอลลูนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในรายการ ค่าบริการท่านละ 230 USDโดยประมาณ โดยสอบถามราคากับทางหัวหน้าทัวร์อีกทีในวันที่จะเดินทาง
  หลังจากที่ท่านได้นั่งบอลลูนแล้วท่านจะได้รับใบรับรอง Flight Certificate ที่มีชื่อของท่านว่าได้พิชิตบอลลูนที่วิวสวยติดอันดับโลก และดื่มด่ำฉลองกับแชมเปญด้วยบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก คุ้มค่ากับการมาเยือนเมืองคัปปาโดเกีย ในยามเช้าบรรยากาศเหมือนกับอยู่ในดินแดนเทพนิยาย
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  จากนั้น นครใต้ดินไคมัคลึ (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเกียในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศถ่ายเท
  จากนั้น ชมโรงงานผลิต พรมทอมือ หัตถกรรมของชาวตุรกีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม และมีราคาแพง หาซื้อได้ทั่วไป ลวดลายแตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่ผลิต แต่ละท้องถิ่นจะมีสินค้าขึ้นชื่อของตนเองโดยเฉพาะ พรมที่มีราคาแพงจะทอด้วยขนสัตว์ มีชื่อเสียงมากที่สุดต้องเป็นของเมืองเฮเรเค (Hereke)พรมมี 2 แบบ ตามลักษณะความยาวของเส้นใบที่ใช้ทอคือ ฮาลี (Hali) เป็นพรมทั่วไป ที่นิยมขายกันอย่างแพร่หลาย ทำจากวัสดุ ทั้งขนสัตว์ ฝ้าย ไหม ระหว่างการทอเมื่อผูกปมแล้วจะตัดเส้นใยออก จะเหลือเพียงด้านเดียวที่มีขนปุยฟูขึ้นมา เป็นลวดลายตามที่ต้องการ อีกแบบคือ “คาลิม” (Kilim) ทอจากขนสัตว์ ฝ้าย และไหม ราคาถูกกว่าฮาลีชนิดที่มีชื่อเสียงจะมาจากเมืองเฮเรเค
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  เดินทางสู่ เมืองคอนย่าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
  ระหว่างทาง แวะชม สถานีคาราวาน (Caravanserai) มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอิทธิพลจากเปอร์เชีย ที่ก่อสร้างเป็นที่พักเล็กข้างทางที่นักเดินทางสามารถใช้สำหรับการพักผ่อน ให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง สถานีคาราวานตั้งอยู่ได้จากการคมนาคมทางการค้า การติดต่อสื่อสาร และการเดินทางของผู้คนในเครือข่ายของเส้นทางการค้า (trade routes) เป็นที่รู้จักในภาษาไทยด้วยชื่อเรียกว่า “โรงเตี๊ยม”
  นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า(Mevlana museum) หรือสำนักลมวน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1231 โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม  พิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟานา เจลาเลดดินภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในตกแต่งประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก BAYIR DIAMOND HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวที่ KONYA มาตรฐานระดับดาวตุรกี
 
วันที่ 4 คอนย่า • ไร่สตอเบอรี่ • ปามุคคาเล • ปราสาทปุยฝ้าย
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  เดินทางสู่ ปามุคคาเล แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง) ในภาษาตุรกี ตั้งอยู่ในเมืองปามุคคาเล จังหวัดเดนิซลิ (Denizli) ประเทศตุรกี
  จากนั้น ชมไร่สตรอว์เบอร์รี่สวยๆ บรรยากาศสุดโรแมนติก สตรอเบอรี่ในฟาร์มซึ่งสามารถมองเห็นวิวสวยงามรอบทิศแบบ 360 องศา ที่นี่ปลูกสตรอเบอรี่แบบปลอดสารพิษ รสชาติหวานและปลอดภัย  สตอเบอรี่ตุรกี จะเริ่มออกผล ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี 1 ปีจะมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยท่าจะได้รับประทานสตอเบอรี่สดสดจากไร่เลยค่ะ
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  หลังจากนั้นนำท่านชม ปามุคคาเล (PAMUKKALE) มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลกในอดีต มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร ความงดงามสุดวิจิตรของสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากบ่อน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน ซึ่งเมื่อน้ำพุร้อนระเหยขึ้นมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ไอน้ำก็จะค่อย ๆ ก่อให้เกิดชั้นของแคลเซียมเกาะบริเวณขอบบ่อจนเกิดเป็นผนังสีขาวขึ้นนั่นเองด้วยความเชื่อว่า ปามุคคาเล เป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดการอาการต่าง ๆ ทำให้ในอดีตชนเผ่ากรีก-โรมันได้เข้ามาสร้างเมืองอยู่บนบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ และขนานนามเมืองนั้นว่า ฮีเอราโพลิส อันหมายถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์ และปามุคคาเล ก็ได้ถูกใช้เป็นสปาบำบัดโรคมานานกว่าพันปี
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก PAM THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวที่ PAMUKKALAมาตรฐานระดับดาวตุรกี
  ***ในส่วนของโรงแรมจะมีที่แช่น้ำร้อนให้ท่านเตรียมชุดว่ายน้ำไว้สำหรับลงแช่ด้วยค่ะ***
 
วันที่ 5 เอฟฟิซุส • โรงงานผลิตเสื้อหนัง • เมืองโบราณ • บ้านพระแม่มารี • ท่าอากาศยานอัดนัน เมรเดเรส • ท่าอากาศยานอิสตันบูล •  อิสตันบูล
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
  เดินทางสู่  เมืองโบราณเอฟฟิซุส  (Ephesus)  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
  หลังอาหาร นำท่านชม โรงงานผลิตเสื้อหนัง ที่มีคุณภาพและชื่อเสียงของตุรกี เสื้อแจ็กเก็ตและหนัง มีคุณภาพดี แบบทันสมัย มีน้ำหนักเบา ฟอกหนังดี นุ่มบางเบา สวมใส่สบายขึ้น ราคาถูกกว่าในยุโรปหรือสหรัฐอเมริการครึ่งต่อครึ่ง เพราะตุรกีเป็นผู้ผลิตและส่งออกไปขายทั่วโลก
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  จากนั้น ชมเมืองโบราณเอฟฟิซุส  (Ephesus)  เมืองโบราณที่ได้มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีแห่งหนึ่งของโลก เมืองเอฟฟิซุสเป็นเมืองในยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ สวยงามสมกับการเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเมืองโบราณเอฟฟิซุส รุ่งเรืองในยุคสมัยกรีก และโรมัน มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไอโอเนียน (Ionian) ที่อพยพมาจากกรีก ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาลแผนผังเมืองเอฟฟิซุสนั้นได้ชื่อว่าเป็นเลิศทางด้านยุทธศาตร์ทหาร และการค้า โดยตัวเมืองตั้งอยู่ติดกับทะเลอีเจี้ยน เรือสินค้าสามารถเทียบท่าได้ใกล้ประตูเมืองมาก และตัวเมืองเอฟฟิซุสนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ขนาบด้วยภูเขาสูงสองด้าน คือภูเขาคอเรสซัส (Mount Coressus) กับ ภูเขาไพออน (Mount Pion) จึงทำให้ข้าศึกบุกโจมตีได้ยากมาก
  บ้านพระแม่มารี (House of Vergin Mary) เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง
  เดินทางเข้าสู่ ท่าอากาศยานอัดนัน เมรเดเรส Adnan Menderes Airport
18.05 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก โดยเที่ยวบินที่ TK2329
19.20 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก
  เมืองอิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)
เย็น  เพื่อความสะดวกรับประทานอาหารเย็นแบบ BOX SET
  ที่พัก GONEN YENIBOSNA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวที่เมือง ISTANBUL มาตรฐานระดับดาวตุรกี
 
วันที่ 6 บลูมอสก์ • อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน • จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด • ฮายาโซฟีย •   พระราชวังทอปกาปึ • สไปซ์มาเก็ต
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  จากนั้น ชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล “บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงิน สถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองอิสตันบูล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan ahmet I) เป็นสุเหร่าที่มีแรงบันดาลใจมาจากการสร้างที่ต้องการเอาชนะและต้องการให้มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียในสมัยนั้น ซึ่ง วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใสลายดอกไม้ต่างๆเช่นกุหลาบ ทิวลิปคาเนชั่น ฯลฯ โดยหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความงามกันคนละฝั่ง ถ้ามองจากด้านนอกวิหารจะมองเห็นหอสวดมนต์ 6หอ ซึ่งปกติมัสยิดจะมีหอสวดมนต์เพียง 1 หรือ 2 หอ แต่มัสยิดแห่งนี้มี หอมินาเร็ตทั้ง 6หอ ตกแต่งด้วยหน้าต่าง 260 บาน สลับด้วยกระจกสีอันน่าวิจิตร มีพื้นที่ให้ละหมาดกว้างขว้าง มีขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วย โรงเรียนสอนศาสนา โรงพยาบาล ที่พักสำหรับขบวนคาราวาน โรงครัวต้มน้ำ ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำละหมาด 24 ชั่วโมง
  ชม อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน(Basilica Cistern) เป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 กว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น ใช้เก็บน้ำเอาไว้อุปโภคบริโภคภายในวัง โดยลำเลียงน้ำมาจากทะเลดำ ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานเเล้ว เป็นเพียงที่ท่องเที่ยวอย่าเดียวเท่านั้น
  จากนั้นชม จัตุรัสสุลต่าน อาห์เหม็ด (Sultanahmed Complex)หรือที่มีชื่อเรียกมาแต่โบราณว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) ซึ่งย่านแห่งนี้แต่เดิมเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนไทน์และใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น คือ เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) เป็นเสาทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวยาวขึ้นไปเป็นยอดแหลมส่วนเสาโบราณต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า เสางู (Bronze Serpentine Column) เป็นเสาบรอนซ์ที่แกะลวดลายเป็นรูปงู 3 ตัวพันเกี่ยวกันไปมาได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดที่มีเหลืออยู่ในอิสตันบูล และเสาต้นที่ 3 มีชื่อว่า เสาคอนสแตนติน (Column of Constantine) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 แต่เดิมเป็นเสาบรอนซ์ แต่ในช่วงสงครามครูเสดได้ถูกศัตรหลอมเอาบรอนซ์ออกไปจนเหลือเพียงแค่เสาปูนเท่านั้น
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  นำท่านชม ฮายาโซฟีย  (Hagia Sophia) เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งและมักถูกจัดให้อยู่ในรายการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางฮายาโซฟีอาเคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานเกือบพันปี จนกระทั่งอาสนวิหารเซบียาสร้างเสร็จในปี 1520สิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างให้เป็นโบสถ์ในระหว่างปี ค.ศ. 532-537 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ และเป็นโบสถ์หลังที่สามถูกสร้างขึ้นในสถานที่เดียวกันนี้ (โบสถ์สองหลังแรกถูกทำลายในระหว่างการจลาจล) โบสถ์นี้เป็นศูนย์กลางของนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์เป็นเวลาเกือบ 1,000 ปีในปี 1453 หลังจากที่จักรวรรดิออตโตมันพิชิตจักรวรรดิไบแซนไทน์ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จึงดัดแปลงโบสถ์ให้กลายเป็นสุเหร่า เช่นย้ายระฆัง แท่นบูชา รูปปั้นต่าง ๆ ออก และสร้างสัญลักษณ์ทางอิสลาม
บ่าย ชมพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)อันเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดย ‘จักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต'(MEHMET THE CONQUEROR)ในอดีตพระราชวังทอปกาปึเคยเป็นสถานที่ฝึกขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรกี ซึ่งคัดเลือกเด็ก ๆ คริสเตียน(พวกนอกศาสนา)มาสอนให้เป็นเติร์กและนับถือศาสนาอิสลาม ต่อมาเมื่อขุนทหารเหล่านี้ออกมารับราชการเป็นใหญ่เป็นโตในวังก็กลายเป็นหอกข้างแคร่ และในบางยุคก็ร่วมก่อการปฏิวัติรัฐประหารเลยด้วยซ้ำ ในที่สุดสุลต่าน ‘มาห์มุทที่ 3’ ก็ตัดสินใจยุบระบบขุนนางทหารรับใช้ซึ่งยืนยงมากว่า 350 ปีนี้ลง และปฏิรูประบบการจัดการทหารในประเทศเสียใหม่ โดยการนำการจัดทัพแบบยุโรปมาใช้ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน
  จากนั้น ชอปปิ้ง ณ สไปซ์มาเก็ตเป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปีสินค้าที่ขายอันดับหนึ่ง ได้แก่เครื่องเทศ ตามชื่อของตลาดสไปซ์ โดยแทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกัน แต่ละกระบะจะบรรจุเครื่องเทศกลิ่นต่างๆ เช่นเครื่องเทศสำหรับหมักเนื้อ ต้มน้ำซุป หรือ แม้แต่อบเชยหรือซีเนมอนที่ใช้ผสมกับเครื่องดื่มนอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีสินค้าประเภทถั่ว ชาผลไม้ รวมไปถึงผลไม้อบแห้งน้ำผึ้งแท้ น้ำมันหอมระเหย ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก รวมถึงเตอกิชดีไลท์ ขนมหวานเตอร์กิชต้นตำรับแท้ๆ
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก GONEN YENIBOSNA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวที่เมือง ISTANBUL มาตรฐานระดับดาวตุรกี
 
วันที่ 7 ล่องเรือช่องแคบบอสพอรัส • พระราชวังโดลมาบาห์เช่  • ตลาดแกรนด์บาซาร์ • สนามบินอิสตันบูล
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  จากนั้น นำท่านล่องเรือ ช่องแคบบอสพอรัส (Bosporus Strait) เป็นช่องแคบที่กั้นระหว่างตุรกีเธรซที่อยู่ในทวีปยุโรปกับคาบสมุทรอานาโตเลียในทวีปเอเชีย  ช่องแคบบอสฟอรัสยาวราว 30 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้าง 3,700 เมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 700 เมตร ความลึกระหว่าง 36 ถึง 124 เมตร ฝั่งทะเลของช่องแคบเป็นเมืองอิสตันบูลที่มีประชากรหนาแน่นถึงราว 11 ล้านคน
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  ชม พระราชวังโดลมาบาห์เช่(Dolmabahce Palace)ซึ่งสร้างเสร็จในสมัยของสุลต่านอับดุลเมจิตซึ่งทรงคลั่งไคลความเป็นยุโรปอย่างที่สุดทรงมีพระประสงค์จะให้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแห่งใหม่แทนพระราชวังทอปกาปิการอสร้างพระราชวังโดลมาบาห์เช เน้นความหรูหราอลังการสะท้อนความเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่เด่นชัด ด้านหน้าพระราชวังมีหอนาฬิกาใหญ่สไตล์บาร็อกตั้งตระหง่าน ขณะที่ตัวพระราชวังนั้นงดงามด้วยศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ลูกกรงบันไดยังตกแต่งด้วยแก้วเจียระไน ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยโคมระย้าขนาดมหึมาหนักกว่า 4.5 ตัน อลังการงานสร้างจริงๆ
  จากนั้น นำท่านเดินทางสู่โรงแรม Ciragan Palace Kempinski Istanbul สถานที่แห่งนี้เป็นพระราชวังเก่าที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของสุลต่านอับดุลเมชิต ในศตวรรษที่ 17 Ciragan หมายถึง “ แสงสว่าง”  พิเศษให้ท่านได้จิบชายามบ่าย Afternoon Tea สุดหรู ให้ได้ใช้เวลาละเลียดกับชาคุณภาพดีและขนมที่เข้ากันดีสไตล์ยุโรปที่มาของชา Afternoon Tea กล่าวกันว่าผู้ริเริ่ม Afternoon Tea ให้เป็นอาหารว่างมื้อบ่าย คือ แอนนา รัสเซลล์ ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด (Anna Russell, Duchess of Bedford) ราว ค.ศ. 1800 ในรัชสมัยของพระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ เพื่อแก้หิวระหว่างคอยอาหารค่ำ และกลายเป็นมื้ออาหารเล็กๆยามบ่ายระหว่างการสนทนาของสังคมชนชั้นสูง ซึ่งวัฒนธรรมการดื่มชายามบ่าย หรือ Afternoon Tea มีมาในอังกฤษตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 Afternoon Tea ได้รับความนิยมมากในหมูขุนนางและชนชั้นสูงของอังกฤษ ทำให้มีธรรมเนียมปฏิบัติและรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่การถือถ้วย การดื่ม และการชง Afternoon Tea เองก็มีความหลากหลายตามคอร์สอาหารที่จัดคู่กับชา แต่อย่าสับสนระหว่าง Afternoon Tea กับ High Tea นะ มันคนละอย่างกันเลย สำหรับบทความนี้ เราจะมาว่าด้วยเรื่องของมารยาทในการดื่มชายามบ่ายสไตล์ผู้ดีอังกฤษเวลาจิบของชา Afternoon Tea ประมาณบ่าย 3 โมง ถึง 5 โมงเย็น หรือบางที่อาจเริ่มตั้งแต่บ่าย 2 โมง
  ***ในกรณีที่ร้านปิดหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะนำท่านไปที่ร้านชาร้านอื่นแทน***
  จากนั้น ชอปปิ้ง ณ ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar)เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศตุรกี มีความเป็นมายาวนานกว่า 1,000 ปี นอกจากจะเก่าแก่ที่สุดแล้ว ยังเป็นตลาดในร่มสถาปัตยกรรมแบบออตโตมันที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย ภายในตลาดแกรนด์บาซาร์มีร้านค้ามากกว่า 4,000 ร้าน มีทางเข้ามากกว่า 21 ทาง แบ่งออกเป็นโซนตามประเภทสินค้าชัดเจน สินค้าหลักๆ ที่ขายในนี้คือ เครื่องเงิน พรม สิ่งทอ เสื้อผ้า วัตถุโบราณ ทองคำ และของที่ระลึก
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  หลังอาหารเย็น ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่สนามบิน
 
วันที่ 8 สนามบินอิสตันบูล• กรุงเทพ
01.25 น.  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ  โดยสายการบินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ TK68
15.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ข้อมูลเพิ่มเติม

month

10-ตุลาคม, 11-พฤศจิกายน

บริษัท บริโอ ทราเวล จำกัด

  • 4 อาคารมหธราดล ชั้น 4 ยูนิตเอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-676-3663 (PHONE AUTO)
  • เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 18:00
  • เปิดบริการ เสาร์: 9:00 - 17:00
briotravel-line bbuddy-line