ทัวร์อิตาลี
ทัวร์ยุโรปตะวันออก
ทัวร์ยุโรป เช็ก ออสเตรีย ฮังการี
ทัวร์ยุโรป เช็ก ออสเตรีย ฮังการี
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์ยุโรปตะวันออก
ทัวร์ยุโรป เช็ก ออสเตรีย ฮังการี
ทัวร์ยุโรป เช็ก ออสเตรีย ฮังการี

ทัวร์ยุโรป l อิตาลี ออสเตรีย สโลวีเนีย ฮังการี 7 วัน BY สายการบินเอมิเรตส์‎ (EK)

Highlight

ท่าเรือตรอนเคตโต้ ล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส

เกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต

จัตุรัสซานมาร์โค นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป

 เมืองพิราน เมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้เต็มไปด้วยบาร์และร้านอาหารที่มองเห็นวิวชายทะเลที่งดงาม

เมืองโพสทอยนา เมืองเล็กๆ ในประเทศสโลวีเนีย ที่มีชื่อเสียงทางด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
12 มิ.ย. 6218 มิ.ย. 6242,900 ฿download pdf
7 ก.ค. 6213 ก.ค. 6242,900 ฿download pdf
10 ก.ค. 6216 ก.ค. 6242,900 ฿download pdf
9 ต.ค. 6215 ต.ค. 6242,900 ฿download pdf
16 ต.ค. 6222 ต.ค. 6242,900 ฿download pdf
22 ต.ค. 6228 ต.ค. 6242,900 ฿download pdf
รายละเอียดการจอง
ประเภท ราคา/คน ตั๋วเครื่องบิน คน

จำนวนคนทั้งหมด :      ราคารวม :      บาท
วันที่ 1 กรุงเทพฯ
22.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2 ดูไบ – เมืองเวนิส – ท่าเรือตรอนเคตโต้ – สะพานถอนหายใจ – จัตุรัสซานมาร์โค – โบสถ์ซานมาร์โค 
01.15 น.  ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.05 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK135  (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
13.25 น. เดินทางถึง สนามบินมาร์โคโปโล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นเดินทางไปสู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ ล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส   สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน  มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก”  มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส
จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือคาสโนว่านั่นเอง
นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้ง โบสถ์ซานมาร์โค ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์
จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเดินเที่ยวชมเกาะอันสุดแสนโรแมนติกตามอัธยาศัย เช่น เดินเล่นชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โคที่สวยงาม,ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นชั้นนำ หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านล่องเรือเพื่อเดินทางกลับสู่ฝั่งเวนิสเมสเตร้
อิสระอาหารค่ำบนเกาะเวนิสตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าของท่าน
ค่ำ  นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Bedbank Venice Mestre หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 3 Noventa Di Piave Designer Outlet – เมืองพิราน – จัตุรัสตาร์ตินี – โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ – โบสถ์เซนต์ฟรังซิส – ถ้ำโพสทอยนา – เมืองลูบลิยานา
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Noventa Di Piave Designer Outlet ให้ท่านได้เลือกเดินซื้อสินค้าตามใจชอบ ซึ่งแต่ละร้านลดราคาสินค้ามากถึง 70 เปอร์เซนต์ มีร้านค้ากว่า 170 ร้าน  ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย
**อิสระอาหารกลางวันเพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า**  
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพิราน (Piran) เมืองสวยริมอ่าวพิราน เป็นจุดเด่นหนึ่งของชายฝั่งอะเดรียติกของประเทศสโลวีเนีย เมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้เต็มไปด้วยบาร์และร้านอาหารที่มองเห็นวิวชายทะเลที่งดงามเป็นอย่างมาก เมืองนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเวนิส โดยมีกลิ่นอายของอิตาลีเล็กน้อยและมีผลงานสถาปัตยกรรมล้ำค่าที่ได้รับการดูแลอย่างสวยงาม นำท่านชมทัศนียภาพของอ่าวพิรานอ่าวตรีเอสเตและทะเลเอเดรียติกจากบริเวณริมน้ำของเมือง เดินลัดเลาะไปตามท่าจอดเรือที่จอดเรียงรายเป็นแถวยาวสวยงามและถ่ายรูปกับบ้านหลากหลายสีสันบริเวณหน้าหาด นำท่านเดินเข้าไปยังใจกลางเมืองที่งดงาทและมีเสน่ห์ และเงียบสงบท่ามกลางบ้านเรือนสีขาวหลังคากระเบื้องสีส้ม นำท่านชมจัตุรัสตาร์ตินี  เพื่อชมรูปปั้นบรอนซ์สมัยศตวรรษที่ 19 ของนักไวโอลินและนักประพันธ์เพลงจูเซปเป ตาร์ตินี จัตุรัสรูปวงรีแห่งนี้ยังมีศาลาว่าการเมืองสมัยศตวรรษที่ 19 อีกด้วย นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ โบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นช่วงปี ค.ศ. 1200 อัศจรรย์ใจไปกับภาพนูนที่น่าประทับใจของพระเยซูและนักบุญปีเตอร์เหนือทางเข้า ชื่นชมและเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมโกธิกและอาคารบ้านเรือนสีแดงแบบศิลปะเวนิสที่อยู่ใกล้เคียงกัน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโพสทอยนา เมืองเล็กๆ ในประเทศสโลวีเนีย ที่มีชื่อเสียงทางด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ นำท่านเข้าชม ถ้ำโพสทอยนา ถ้ำที่มีขนาดใหญ่และสวยที่สุดในยุโรป มีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี ภายในถ้ำมีหินอกหินย้อยหลากหลายแบบที่ระยิบระยับสวยงามแปลกตาและมีสีสันสวยงามสุดพรรณนา มีห้องต่างๆ มากมายภายในถ้ำลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ราวกับวิมานเนรมิตเดินเท้าและนั่งรถไฟฟ้าภายในถ้ำ ชมปลามนุษย์อันมีชื่อเสียงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ผิวสีเนื้อคล้ายมนุษย์ ลำตัวยาวคล้ายงูมีแขนและขา ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1768 อาศัยอยู่ในที่มืด ถ้ำแห่งนี้เปิดให้บริการกว่า 188 ปีแล้ว ภายในถ้ำมีทางเชื่อมต่อกันเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองลูบลิยานา ดินแดนที่อยู่บริเวณยุโรปกลาง ด้วยความบอบช้ำจากสงครามและประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่าพันปี จึงทำให้สโลวีเนียกลายเป็นดินแดนที่มีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของยุโรปที่ชวนให้ระลึกถึงอิทธิพลของจักรวรรดิต่างๆ
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 นำท่านสู่ที่พัก M Hotel ljublijana หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 4 เมืองลูบลิยานา – สะพานมังกร – เพรเซเรน สแควร์ – ปราสาทลูบลิยานา เมืองเบลด – โบสถ์พระแม่มารีย์ – ปราสาทเบลด – เมืองกราซ 
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเที่ยวชม เมืองลูบลิยานา เมืองหลวงที่น่าหลงไหลของสโลวีเนีย ชมสะพานมังกร เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นสะดุดตาบริเวณหัวสะพานที่มีการออกแบบสร้างเป็นรูปมังกรบินขนาดใหญ่ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นทางข้ามแม่น้ำลูบลิยานิกา ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 สมัยของกษัตริย์ฮังการี นับว่าเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป นำท่านผ่านชมปราสาทลูบลิยานา ที่ตั้งอยู่บนเขา เดิมเป็นป้อมปราการ สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 โดยเชื่อว่าสร้างโดยไม้และหินในระยะเริ่มแรก และถูกสร้างใหม่ในศตวรรษที่ 12 ในช่วงสมัย ราชา Ottokar II ของโบฮีเมียนและเปลี่ยนมาในสมัยของ Rudolph of Habsburg ภายหลังและในศตวรรษที่ 15 ก็ได้ถูกทำลายลงและสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง จากนั้นเดินชม ย่านทาวน์สแควร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์นิโคลัส  และชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของตัวโบสถ์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมสีเขียวและหอคอยคู่ที่อยู่เหนือหลังคาโบสถ์
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบลด เมืองแห่งปราสาทกลางทะเลสาปสุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางหุบเขาจูเลียนแอลป์ ประเทศสโลวีเนีย ทะเลสาปเบลดเกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็งจากภูเขาจูเลียนแอลป์ และแหล่งน้ำธรรมชาติจากใต้ดินซึ่งทำให้น้ำในทะเลสาบนี้ใสบริสุทธิ์ ทะเลสาปเบลดมีเกาะตรงกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์พระแม่มารีย์ นำท่านเข้าชม โบสถ์พระแม่มารีย์ โดยการนั่งเรือไม้โบราณ ข้ามไปยังเกาะกลางทะเลสาบเบลด ของเหล่านักแสวงบุญตั้งแต่ศตวรรษที่ 13-14 จากท่าเรือจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 99 ขั้นก็จะถึงยังตัวโบสถ์ มีประเพณีท้องถิ่นสโลวีเนียเชื่อกันว่าคู่สมรสใหม่ให้ฝ่าย ชายอุ้มฝ่ายหญิงปีนบันได 99 ขั้นนี้ และฝ่ายหญิงจะต้องไม่ส่งเสียงดังใดๆทั้งสิ้น ถ้าทำสำเร็จชีวิตสมรสจะรักกันยืนยาว และที่โบสถ์กลางน้ำยังมีกระดิ่งที่เชื่อกันว่าใครได้ไปสั่นกระดิ่งแล้วจะโชคดี  จากนั้นนำท่านเข้าชม ปราสาทเบลด ปราสาทแสนสวยที่ตั้งอยู่บนริมผา ติดกับทะเลสาบเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งจักรพรรดิ์เฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมันยกให้เป็นสถานที่พักของบิชอป อัลเบี่ยม แห่งบริเซนในปี ค.ศ.1004 หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกราซ เมืองมรดกโลกของออสเตรีย ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรีย เมืองการศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยกว่า 6 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดก่อตั้งในปี ค.ศ. 1585 ชื่อเมือง “กราซ” หมายถึง “ปราสาทน้อย” ในอดีต เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้จึงต้อง ทำสงครามกับกองทัพเติร์ก  ตัวเมืองเก่าได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้และในปี ค.ศ. 2003 ได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของยุโรป
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 นำท่านสู่ที่พัก Hotel Ramada Graz หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 5 เมืองกราซ – ย่านเมืองเก่า – จัตุรัสเมนสแควร์ – กรุงบูดาเปสต์
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม ย่านเมืองเก่าของเมืองกราซ ซึ่งรอดพ้นจากการถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เปรียบเสมือนอัญมณีใจกลางเมืองเป็นย่านเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสเมนสแควร์ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นจัตุรัสตลาดหลักตั้งแต่ช่วงต้นสมัยกลาง และกลายเป็นจุดศูนย์ รวมของเมืองนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถนนสายหลักทั้งหมดในย่านใจกลางเมือง อาคารหลังเด่นบนจตุรัสเมนสแควร์ คือ Rathaus หรือศาลากลาง สิ่งก่อสร้างใจกลางจตุรัสเมนสแควร์คือ น้ำพุ Erzherzog Johann จากศตวรรษที่ 19 ชื่นชมรูปปั้นอาร์ชดยุกแห่งฮับส์บูร์กขนาดใหญ่ ผู้ดำเนินงานปฏิรูปหลายครั้งและส่งผลประโยชน์ต่อเมืองกราซและรัฐสติเรีย นอกจากสถานที่เที่ยวชมเก่าแก่ต่างๆ และจตุรัสเมนสแควร์ ยังมีร้านจำหน่ายสินค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีชานหน้าร้านให้เลือกแวะอีกมากมาย
เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทาง กรุงบูดาเปสต์  ประเทศฮังการี ใจกลางกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของประเทศฮังการี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ”  ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ
ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Park Inn Radisson Budapest หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 6 โบสถ์แมทเธียส – ป้อมชาวประมง  
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน ชมบริเวณรอบนอก โบสถ์แมทเธียส ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส  ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมากและยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิกหลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน
15.30 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์  เที่ยวบินที่ EK 112  (บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
22.45 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่ 7 ดูไบ – กรุงเทพฯ 
03.00 น.  ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 (บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม

month

07-กรกฏาคม, 10-ตุลาคม, 06-มิถุนายน

บริษัท บริโอ ทราเวล จำกัด

  • 4 อาคารมหธราดล ชั้น 1 ยูนิตเอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-676-3663 (PHONE AUTO)
  • เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 18:00
  • เปิดบริการ เสาร์: 9:00 - 17:00
briotravel-line bbuddy-line